เรื่อง (ไม่) เล็ก

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, ใครบางคน on June 29, 2009 by mahnakorn

วันนี้คุย MSN กับเพื่อนคนนึง

เราทักไปเพราะเห็น Display Name ของเพื่อนแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีเรื่องอะไร แค่อยากอัพเดทข่าวคราวของเพื่อน เพราะช่วงนี้เพื่อนลงเรียนป.โทไปเลยไม่ได้สังสรรค์ ไม่ได้นัดเจอกันบ่อยเหมือนเคย

แต่แล้วไอ้ลางสังหรณ์ของเรามันก็ทำงานดีจริงๆ,

อาจเป็นสายเลือดของแก็งค์เสือก ที่มีประสาทสัมผัสไวกับเรื่องชาวบ้านเสมอ

เพื่อนบอกเราว่าตัดความสัมพันกับคนที่คบกันแล้วเมื่อวันศุกร์อย่างงงๆ แล้วก็เล่ารายละเอียดให้เราฟังว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องไม่เป็นเรื่องแต่เป็นเรื่องขึ้นมานี้มันรบกวนใจเพื่อนเรา จนเพื่อนถามเราว่า

“คนเราจะต้องเลิกกันด้วยเรื่องเล็กๆ เหรอ?”

ไอ้เราในฐานะคนที่ชอบคิดเล็กคิดน้อยเลยบอกไปว่า เรื่องเล็กนี่แหล่ะที่หลายๆ คนมองข้าม

คนบางคนทำผิดเรื่องเล็กนิดเดียว แต่ถูกแฟนโกรธขนานใหญ่ เพราะไอ้เรื่องเล็กขี้ประติ๋วนั่นมันอาจบ่งบอกถึงนิสัย อาจทำให้เรารู้ได้ถึงความคิด หรือความรู้สึกของคนๆ นั้นได้อย่างชนิดที่คนทำยังไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำ

หรือเรื่องบางเรื่อง เราอาจคิดไม่ถึงว่ามันจะกระทบใจ หรือไปทิ่มแทงใจดำเค้าเข้า เพราะคนบางคนมีจุดอ่อน มีจุดที่แตะไม่ได้ต่างกัน ที่นี้พอเราแตะปุ๊บอารมณ์โกรธมันเลยติดปั๊บ เราเลยงงๆ ว่าเราทำผิดอะไร หรืออาจจะคิดไปว่าเค้าเป็นอะไรเรื่องแค่นี้เอง

คำว่า ‘เรื่องเล็ก’  หรือ ‘เรื่องแค่นี้’ ของแต่ละคนมันมีน้ำหนัก มีขนาดไม่เท่ากัน

ประเด็นมันเลยอยู่ตรงนี้,

ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาแล้ว อีกฝ่ายจะยอมรับ หรือ จะทนมันได้ไหม ซึ่งเราจะรู้ได้ก็โดยการให้เวลาตัวเอง และให้เวลาใครคนั้นได้ถามใจตัวเองสักพัก จากนั้นก็มาคุยมาเคลียร์กันว่าจะเอายังไงต่อ

ทางออกมันก็มีแค่สองทางอย่างที่รู้,

ต่อไป

กับ

จบไป

Little flower

ไม่มีใครอยากเลิกคบกับใครด้วยเรื่องขี้ประติ๋ว

แต่ถ้าเรื่องเล็กๆ มันบังตาเค้าจนทำให้เค้าลืมเรื่องใหญ่ๆ ที่เคยมีกันมา

เราก็คงได้แต่ทำใจแล้วก็พยายามมองการเลิกคบกันให้เป็นเรื่องเล็กๆ ในหัวใจแก้แค้นกลับไปเท่านั้นเอง

ความทรงจำถึงเด็กชายฝันสูงคนนั้น

Posted in ความหลังครั้งเก่า, คิดอะไรไปเรื่อย, บางวันเวลา, ฟังเพลง, อารมณ์, ใครบางคน, ใจหาย on June 27, 2009 by mahnakorn

ช่วงนี้น้ำตาซึมง่ายๆ

ตั้งแต่เขาคนนั้นลาจากโลกนี้ไปแบบกระทันหัน

ถ้าไม่เป็นเพราะการที่เขาหมดลมหายใจแบบปัจจุบันทันด่วน เราเองก็คงคิดไม่ถึงว่าเราจะผูกพันกับเขาถึงเพียงนี้ นั่นก็เพราะเราไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ อาจเป็นแค่แฟนพันธุ์ทางที่เติบโตมากับความยิ่งใหญ่และโด่งดังของเขา

เราอาจเป็นแค่คนที่เคยร้องเพลงของเขาในคาบเรียนภาษาอังกฤษ

เราอาจเป็นแค่คนที่เก็บตังค์แล้วไปซื้อเทปของเขามาฟังและร้องตาม

เราอาจตัดข่าวของเขาเก็บไว้ในสมุดบันทึก

เราอาจรอดูข่าวของเขาตามหน้าจอทีวีหรือนิตยสาร

เราอาจดูสารคดีหรือปูมประวัติของเขาและครอบครัวตามสื่อ

นั่นก็เป็นช่วงชีวิตนึงของเราที่ได้ติดตามชีวิตของคนที่ชื่อไมเคิล แจ็คสัน

สำหรับเรา,

เรามองว่าคนๆ นี้น่าสงสาร

เขาดูเป็นคนเศร้า เป็นคนอยากมีความสุข เป็นคนที่มีหัวใจเด็กอยู่เสมอ

เราไม่เคยมองว่าเขาเป็นเพศอะไร ไม่เคยสนใจว่าเขาอายุเท่าไหร่ เขาเหมือนเป็นคนที่ถูกส่งมาที่โลกมนุษย์เพื่อมาทำหน้าที่อะไรบางอย่าง แล้วเขาก็จากไป ทั้งๆ ที่เรามองว่าเขาเป็นคนอมทุกข์ แต่เขาก็ยังพยายามมอบความสุขให้กับเราเสมอๆ

เขาเป็นคนที่มีความฝันอันแรงกล้า

แม้มันจะอยู่น่าหัวเราะ แต่เขาก็ทำมันสำเร็จ แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง

ช่วงนี้

ถ้ามีเวลาว่างก็มักจะเข้าไปดูคลิปต่างๆ ในยูทูป เราไม่รู้ว่าคนอื่นเสิร์ชหาอะไร แต่เราเลือกดูตอนที่เขายังเด็ก เด็กที่มากความสามารถ เด็กที่เป็นความหวังของครอบครัว เด็กที่มีความฝัน

ดวงตาของเขามันบอกเราอย่างนั้น,

มันเป็นแววตาเดียวกันกับนายไมเคิลคนที่อายุเข้าสู่เลขห้า

และมันเป็นแววตาชนิดที่ทำให้เราน้ำตาไหลได้ทุกครั้งที่ได้เห็น

mj

ขอให้มีความสุขในที่แห่งนั้นนะไมเคิล

ขอบคุณที่ทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง เพราะมันเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในใจของคนทั้งโลกไปแล้ว

แค่ออกไปมองฟ้าและน้ำที่กว้างใหญ่

Posted in ทำอะไรต่อมิอะไร, ธรรมชาติ, บางวันเวลา, วันว่าง, สบายใจ, ไปไหนต่อไหน on June 26, 2009 by mahnakorn

หนีกรุงเทพร้อนๆ ไปนอนรับลมทะเลเย็นๆ ที่เกาะสีชังมา

ระบุพิกัดให้ชัดเจนกว่านั้นก็ไปพักที่ ‘มาลีบลูฮัท’ ซึ่งอยู่ท้ายเกาะแบบใต้สุด

เดือนไหนไม่ได้เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋า แล้วพาตัวเองออกนอกกรุงเทพจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่มีสมาธิทำงาน พูดๆ ไปก็เหมือนกระแดะ แต่ร่างกายเราต้องการทะเล ต้องการการเดินทาง ต้องการเที่ยว ต้องการการพักผ่อนนอกสถานที่อยู่เรื่อยๆ

จะไปไหนก็ได้

จะไปกี่คนก็ได้

จะไปกี่วันก็ได้

จะไปยังไงก็ได้

ขอให้เอาตัวไปก่อน ขอให้ได้ไป…แค่นั้นเอง

Maleebluhut

สุนันทา

ผู้สนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวแบบกันเองอย่างไม่เป็นทางการ

เกาะกระแส

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, หมุนตามโลก, เล่าด้วยภาพ on June 25, 2009 by mahnakorn

elephantpanda

“เหมือนหรือยัง คนไทยจะชอบมั้ยน๊า”

.

.

.

ภาพจากมติชนออนไลน์

ออดๆ แอดๆ

Posted in ชีวิตประจำวัน, เจ็บไข้ได้ป่วย, ไร้สติ on June 24, 2009 by mahnakorn

ออดๆ แอดๆ ไม่ใช่เสียงเครื่องดนตรีพื้นบ้าน แต่เป็นการเจ็บป่วยนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็เป็นอยู่นั่น ไม่หายสนิทสักที ก็เหมือนเราในช่วงวัยที่อายุนำหน้าด้วยเลข 3 เป็นอะไรโน่นนิดนี่หน่อย ไม่ถึงกับร้ายแรง แต่ก็หงุดหงิดและทำให้ไม่สบายใจเพราะกลัวว่าจะเป็นอะไรที่มันใหญ่โต

เมื่อวานนอนซมอยู่ที่ห้อง,

ใช้คำว่านอนซม เพราะนอนทั้งวัน ตื่นมาเข้าห้องน้ำและดื่มน้ำบ้างทุกๆ สองชั่วโมง ไม่หิว ไม่อยากลุกไปไหน ไม่มีเรี่ยวแรง แต่ก็ต้องออกไปซื้อข้าวมากิน เพราะจะได้กินยา

อาการป่วยเมื่อวานเดาสาเหตุว่าน่าจะมาจากการโดนลม โดนแดด และโดนฝนจากการไปเที่ยว และคงผสมกับการอ่อนเพลียจากการเดินทางเข้าไปด้วย เลยทำให้ร่างกายมึนๆ ไม่สมบูรณ์ แถมยังปวดหัวอย่างหนัก เหมือนมีใครกดหัวข้างขวาเราไว้จนลุกไม่ขึ้น

Sleeping Dog

การที่อายุขึ้นเลขสามนอกจากเราจะเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยขึ้นแล้ว ยังมีอาการแปลกๆ ที่เราไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในช่วง 2-3 ปีหลังเป็น และเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เช่น

อาการท้องอืดอย่างหนักในช่วงก่อนมีประจำเดือน จากเมื่อก่อนแค่ท้องอืด ท้องเสียวันสองวันก็หาย แต่เดี๋ยวนี้เป็นล่วงหน้าสักหนึ่งหรือสองอาทิตย์ แถมอืดอย่างรุนแรงจนเวียนหัว พะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียนตลอดเวลา บางครั้งตัวสั่นและน้ำตาไหล

อาการแขนขาไม่มีแรงในตอนเช้า จริงๆ เราพอจะรู้ว่าแขนเราไม่ค่อยมีแรงนะ ตอนเรียนจบใหม่ๆ เคยเข้าไปทำกายภาพบำบัดด้วยเพราะอยู่ๆ แขนข้างขวาก็ยกไม่ขึ้นเหมือนเป็นคนพิการไปโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ช่วงหลังนี่ตอนเช้าๆ จะปวดๆ แขนเหมือนไปยกของหนักมา มันจะไม่มีเรี่ยวแรง บิดก็ปวด ใช้งานไม่ค่อยปกติ บางวันมือก็บวม ขยับข้อมือลำบากมาก

นั่นคือ อาการที่เป็นบ่อยๆ และหงุดหงิดมากด้วย

บางทีนี่อาจจะเป็นการฟ้องว่าเมื่อก่อนเราใช้ร่างกายแบบไม่ถนอมมันมากแค่ไหน แต่จะให้ย้อนเวลากลับไปแก้ไขก็ไม่ทันแล้ว และถึงกลับไปแก้ได้บางทีเราก็อาจจะเลือกทำแบบเดิม

ตอนนี้เลยได้แต่ดูแลตัวเองในหลายๆ ทางเท่าที่ทำได้ เพื่อจะได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้นานและสุขกายขึ้นอีกหน่อย ทั้งเรื่องอาหารการกิน, การพักผ่อน และ การบริหารร่างกาย

ใครที่ยังประมาทกับร่างกายของตัวเอง ก็ขอให้กันมาเอาใจใส่มันได้แล้วนะ,

ช้าไปจะเสียใจทีหลัง

เล่าเรื่องร้อน

Posted in กิจกรรมพิเศษ, ความฝัน, ทำอะไรต่อมิอะไร, สบายใจ, หนังสือ, เรื่องดีดี on June 19, 2009 by mahnakorn

Hot

ก่อนหน้านี้ในเดือนที่ความรักฟุ้งกระจาย

‘ร้านเล่า’ ร้านหนังสือเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยหนังสือดี และมวลมิตร (ดีบ้างไม่ดีบ้าง ฮ่าๆ) นึกสนุกอยากทำสำนักพิมพ์เล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา และได้ประเดิมสำนักพิมพ์ด้วยหนังสือที่ชื่อว่า ‘เล่าเรื่องรักระหว่างเรา’ ซึ่งเราเคยเขียนเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้เอาไว้บ้างแล้ว (ชื่อ entry รักเล่าเรื่อง…เล่าเรื่องรัก)

ในช่วงฝนปนร้อนอย่างนี้,

‘ร้านเล่า’ ก็คลอดหนังสือเล่มที่สองออกมาให้นักอ่านได้ซื้อหากันแล้ว ใช้ชื่อเข้ากับสภาพอากาศสุดๆ ว่า ‘เล่าเรื่องร้อน’ ในหนังสือเล่มนี้ก้จะมีเรื่องสั้นและความเรียงในหลากรูปแบบของเหล่านักรักเขียนทั้งหลายให้ได้อ่านกันอย่างเพลิดเพลิน

เราเองก็ตั้งใจเขียนไป 2 เรื่อง,

แต่ยังไม่ได้อ่านของใครในเล่มนี้แม้สักเรื่องเดียว เพราะหนังสือยังเดินทางมาไม่ถึงสายตาเรา อยากจับ อยากอ่านใจจะขาดแล้ว แอบไปเซฟหน้าปกมาจากเพื่อนอีกที ขอโฆษณาหน่อยก็แล้วกันนะ เพราะอย่างน้อยนี่ก็เป็นหนังสือเล่มที่สองแล้วที่งานเขียนของเราได้ลง

ใครอยากอุดหนุนก็หาซื้อได้ที่ ‘ร้านเล่า’ ถนนนิมานเหมินทร์ เชียงใหม่เจ้า

Departures-ไปดี มาดี

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, ดูหนัง, ติดตรึงใจ on June 17, 2009 by mahnakorn

Departure แปลว่าการเดินทาง

Departure แปลว่าการตาย

คนละความหมายแต่ ‘ความตาย’ และ ‘การเดินทาง’ ก็คล้ายเป็นเรื่องเดียวกัน เหมือนอย่างที่ลุงสัปเหร่อในเรื่องบอกเอาไว้ว่า “ความตายไม่ใช่จุดจบ แต่มันเหมือนเป็นประตูที่เราจะเดินจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง”

การเดินทางกลับบ้านเกิดของนักเชลโลหนุ่มคนหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อไฟฝันของเขาดับมอดลงทันทีที่เจ้าของวงออเคสตร้าเดินมาบอกว่าต้องขอยุบวง อนาคตที่หวัง ความฝันทั้งหมดถูกทิ้งไว้ในโตเกียวพร้อมๆ กับเชลโลราคาแพงที่เขาจำต้องขายมันทิ้งเพราะไม่มีเงินมากพอที่จะครอบครองมันต่อไป

เขากลับมาตั้งหลักพร้อมกับภรรยาของเขา และความหวังเล็กๆ ว่าน่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น ทั้งที่เขาก็ยังนึกไม่ออกว่าจะทำมาหากินอะไรในเมืองเล็กๆ แห่งนี้

แต่แล้วไม่นานเขาก็ได้งานใหม่เพราะความเข้าใจผิดเรื่องคำและความหมายของมัน

แม้จะกระอักกระอ่วนและไม่เต็มใจที่จะทำงานใหม่แต่เขาก็ได้ทำ มันเป็นอาชีพเล็กๆ ที่เขาและใครก็คงไม่มีวันนึกถึง ตราบจนมีคนตายในบ้านเกิดขึ้นนั่นแหล่ะ อาชีพที่ว่า คือ ‘โนคังชิ’ (Nokanshi) เป็นงานที่สัปเหร่อไม่ทำ แต่มาจ้างโนคังชิให้ทำอีกที งานที่ว่าก็คือ การเตรียมร่างที่ไร้วิญญาณให้พร้อมสำหรับการจัดงานศพนั่นเอง

อาชีพที่ไม่คิดว่ามีอยู่บนโลกนี้

อาชีพที่ใครต่อใครดูถูก

อาชีพที่ไม่ได้มียศถาบรรดาศักดิ์

แต่อาชีพนี้กลับทำให้อดีตนักเชลโลหลงรัก และทำให้ตัวเขามีคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ

เขาตื้นตันและภูมิใจทุกครั้งที่ญาติของผู้ตายมาขอบคุณที่เขาทำให้ศพกลับมีชีวิตขึ้นมา เขาตั้งใจทำโดยให้เกียรติกับศพ และทำทุกขั้นตอนอย่างสงบ ทำเพื่อที่จะให้ศพนั้นๆ ดูดี งดงามที่สุดก่อนที่จะเดินทางไปสู่โลกใหม่

หลายๆ ครั้งที่เขาเห็นญาติของคนตายร่ำไห้และตีอกชกหัวตัวเองว่าน่าจะทำอย่างนั้น หรือไม่ควรจะทำอย่างนี้กับคนตายเลย ซึ่งกว่าจะรู้มันก็เหมือนว่าจะสายไปแล้ว

คนตายจึงได้สอนคนเป็นอย่างเราๆ ให้ทำดีต่อกัน และใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่าก่อนที่ใครคนนั้นจะเดินทางหนีเราไปอีกโลกหนึ่ง เราจะได้ไม่ต้องมานึกเสียใจไปตลอดชีวิตในโลกนี้

Departures การเดินทางของคนเป็นและคนตายบนโลกคนละใบเดียวกัน

OF_Departures03

Departures ฉายแบบบรรยายภาษาไทยที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ ในราคา 100 บาทขาดตัว ใครสนใจก็รีบไปดู จะได้อุดหนุนโรงหนังดีๆ ที่อาจจะต้องตายจากคนดูหนังไปถ้าไร้การสนับสนุน

หนังไม่นิ่ง ไม่เนิบ ไม่เบื่อ แต่สนุก เพลิน หัวเราะได้เรื่อยๆ น้ำตาไหลได้เรื่อยๆ ด้วย

อิ่มอก อิ่มใจสไตล์หนังฟีลกู๊ด

‘UP’ ความสุข ความทรงจำไม่มีที่สิ้นสุด

Posted in ดูหนัง, ติดตรึงใจ, หมุนตามโลก, อารมณ์, ใครบางคน on June 12, 2009 by mahnakorn

เมื่อวานนี้ไปดูหนังฟรีรอบสื่อที่ SF เซ็นทรัลเวิร์ลมา

up

‘UP ปู่ซ่าบ้าพลัง’

หนัง 3D Animation เรื่องแรกจากพิกซาร์

ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้แบบ 3D อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน นอกจากจะตื่นเต้นกรี๊ดกร๊าดหน้าโรงก่อนเข้าดูแล้ว ยังกระดี๊กระด๊าตอนหยิบแว่นที่เขาแจกมาใส่เล่นก่อนหนังฉายด้วย

บรรยากาศแบบนี้ทำให้นึกถึงตอนเด็ก (มาก) ที่หนังแบบสามมิติเข้ามาฉายที่บ้านเราหมาดๆ ความรู้สึกตอนที่นั่งดูวันนั้นมันตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจ ตื่นความรู้สึก มันเป็นโลกใหม่ที่ทำให้เราได้เข้าใกล้หนังเรื่องนั้นโดยที่ไม่ต้องเป็นนักแสดง หรือทีมงานเบื้องหลัง มันเป็นจินตนาการสุดมหัศจรรย์ที่มนุษย์อุตสาห์คิดขึ้นมาให้เราได้คล้อยตาม

จากวันนั้น, เราก็แทบไม่เคยไม่ใส่แว่นกระดาษที่ทำไว้เพื่อดูหนังสามมิติอีกเลย

การได้มาดู ‘UP’ เลยเหมือนเป็นการย้อนเวลาความสุข ความทรงจำที่ดีของเรากลับไปอีกครั้ง

ได้เวลาออกไปผจญภัยกับหนังแล้ว!

top view

‘UP’ เล่าเรื่องของคนแก่คนหนึ่งที่ใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดในแต่ละวันไปกับการอยู่กับตัวเอง ในโลกของตัวเอง แม้รอบข้างจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงจะหาความสุข จากความทรงจำชิ้นใหญ่ชิ้นเดิมอยู่อย่างนั้น

วันดีคืนดีก็มีเรื่องมีราวที่สะเทือนความรู้สึกครั้งใหม่ ครั้งใหญ่กับชีวิตของตาแก่คนนี้อีกครั้ง, เขาไม่อาจทนรับอะไรแบบนั้น เลยใช้ลูกโป่ง อุปกรณ์ที่เขาเคยใช้ทำมาหากิน มาทำเป็นพาหนะเพื่อจะพาเขาล่องลอยสู่ดินแดนอัศจรรย์สุดขอบฟ้า ดินแดนในฝันที่เขาเคยคิดจะไปสร้างบ้านที่นั่น

บ้านที่ถูกยกลอยด้วยลูกโป่งจำนวนมหาศาล กำลังจะเป็นบ้านในฝันของเขาในบั้นปลายชีวิต

kid

การเดินทางคนเดียวโดดๆ แบบสงบ ราบรื่นของตาแก่เป็นอันต้องล้มพับ เพราะสวรรค์ได้ส่งเด็กนรกคนหนึ่งมาให้เป็นคู่หู คูฮ่า คู่ซ่า คู่ขัด คู่ป่วน คู่กวน มาในครั้งนี้ด้วย

ความสงบจึงไม่เคยเกิดขึ้นตลอดการเดินทาง

ความราบรื่นจึงถูกขัดขวางด้วยอุปสรรคต่างๆ นานาทั้งที่ชายแก่กับเด็กน้อยแกว่งเท้าเขาไปหา และบางคราก็เป็นเสี้ยนที่วิ่งถลาเข้ามาหาเสียเอง เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเหมือนค่อยๆ กระเทาะเปลือกโลกใบเก่าของตาแก่ออกทีละเล็กทีละน้อย

นอกจากจะต้องร่วมทางไปกับไอ้เด็กน่าหยิกคนนี้แล้ว เขายังต้องพัวพัน พันผูกกับสัตว์มหัศจรรย์อีกด้วยแน่ะ การมุ่งหน้าสู่ปลายฝันครั้งนี้เลยเป็นเหมือนเป็นการรับมือและอยู่ร่วมกับ คน สัตว์ และ สิ่งของที่มีคุณค่าทางใจไปพร้อมๆ กัน

มันทำให้เรารู้สึกถึง มิตรภาพต่างวัย ต่างสายพันธ์ และต่างประเภท

ไม่ว่าจะจำแนกเป็นประเภทไหน ถ้าเรารู้สึกรักและผูกพันขึ้นมา เราก็อยากจะดูแล อยากปกป้อง ทะนุทะนอม และอยากอยู่ใกล้ๆ อย่างอัตโนมัติ และถึงแม้ว่าในวันหนึ่งข้างหน้าเราจะไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เราก็จะนึกถึง คิดถึงใครคนนั้น, สัตว์ตัวนั้น หรือของสิ่งนั้นอย่างที่เราอาจไม่ทันรู้ตัว

friendship

การเดินทางสำคัญที่ทางเดิน,

การไปถึงปลายทางอาจไม่ได้คุณค่าอะไรมากไปกว่าระหว่างทางนั้นๆ เราได้พบเจอ และเรียนรู้อะไรไปบ้าง

และ

การผจญภัยอาจไม่ได้หมายถึงการออกไปตะลอนที่ไหนต่อไหน,

มันอาจเป็นแค่การที่เราได้ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านฝนในแต่ละวันให้พ้นไปเท่านั้นเอง และการเดินทางในชีวิตจะมีรสชาติมากขึ้นถ้าเรามีเพื่อนร่วมทางด้วย

ขอบคุณ ‘UP’ ที่ทำให้เราได้ไปผจญภัยด้วยกัน

Thump Up!

เสน่ห์ภาพ : สวย ถูกตาต้องใจมากกกก คมชัด มหัศจรรย์สุดๆ

เสน่ห์บท : สนุก กลมกล่อม หลากรส ทั้ง ซึ้ง, ฮา, ลุ้น, อิ่มเอม แบบหัวเราะร่า น้ำตาร่วง

เสน่ห์ตัวละคร : แตกต่างอย่างลงตัว

เสน่ห์หนัง : พลังของมนุษย์ที่มนุษย์ควรจะไปดู

สมใจ

Posted in ขำขัน, ทำอะไรต่อมิอะไร, วันว่าง, สบายใจ, เล่าด้วยภาพ on June 4, 2009 by mahnakorn

curl

อยากผมหยิกมานานละ ฮ่าๆ สมใจอิชั้นเสียที

ว่าแต่ทำไมอิชั้นต้องจิกหน้าขนาดนั้นเนี่ย!

บริหารสมาธิ

Posted in กิจกรรมยามค่ำคืน, ทำอะไรต่อมิอะไร, สบายใจ, อารมณ์ on June 3, 2009 by mahnakorn

ตอนต้นปี เขียนบันทึกลงสมุดเอาไว้ถึงสิ่งที่อยากทำและควรจะทำเสียทีในปีนี้ เราเขียนไว้หลายอย่างแต่ตอนนี้จำไม่ได้ละ ต้องไปเปิดสมุดเล่มเก่าดูอีกที แต่มีอยู่เรื่องนึงที่จำได้แม่นๆ เลย นั่นคือ โยคะ

ด้วยเพราะวัยที่มากขึ้น และไม่เคยที่จะออกกำลังกายอย่างจริงจังมาเนิ่นนาน เลยคิดว่าต้องทำอะไรดีๆ คืนให้ร่างกายเสียบ้าง ช่วงก่อนหน้านี้เราออกกำลังกายแบบกายบริหาร ยืดหยุ่นอวัยวะต่างๆ เองที่บ้าน แต่ก็หยุดบ้าง ทำบ้างไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร

ล่าสุดได้วีซีดีฝึกโยคะมาเลยคิดจะเอาจริง

เมื่อวานเลยไปถอยเสื่อโยคะมา 1 ผืนแล้วก็เริ่มต้นเปิดวีซีดีทำตาม

แม้ท่าทั้งหมดที่เราทำเมื่อวานจะเป็นแค่ท่าพื้นฐานที่เราจะต้องทำไปอย่างต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน เพื่อปรับร่างกายให้ยืดหยุ่นก่อนที่จะเริ่มท่ายาก ซับซ้อน เราก็รูสึกว่าเอาเรื่อง ได้เหงื่อไม่ใช่เล่น

บางท่าพอทำปุ๊บอวัยวะนั้นๆ สั่นดิ้กเลย, ก็อย่างว่าแหล่ะ คนไม่เคยทำนะ

หลังจากที่ผ่านไปเกือบชั่วโมงเมื่อคืน

เราชอบโยคะนะ เราชอบเรื่องระบบการหายใจและสมาธิ

ตอนนี้เราก็ยังไม่มีความรู้เรื่องโยคะมากมาย แต่ทำเสร็จเรารู้สึกโล่ง โปร่ง ตัวเบา แล้วตอนที่ทำตามขั้นตอนเนี่ย ใจเรามุ่งไปที่คนสอนอย่างเดียว ไม่ได้นึกถึงอะไรเลย ท่าแต่ละท่าทำอย่างช้าๆ ทำให้นึกถึงการเดินจงกรม ที่ต้องค่อยๆ ย่าง ค่อยๆ ก้าว แล้วมีใจจดจ่อ

แม้จะไม่ได้นั่งสมาธิ

แต่โยคะก็เป็นเรื่องของสมาธิ

และเราก็คิดว่าหลายๆ อย่างเป็นการฝึกสมาธิเหมือนกัน เพียงแต่เราอาจไม่รับรู้ ไม่สนใจ และไม่ทุ่มเทจิตใจให้จดจ่ออย่างเพียงพอเท่านั้นเอง เอาง่ายๆ ตอนนี้เรากำลังนั่งเขียนบล็อกอยู่ เราก็คิดแค่เรื่องที่จะเขียนเท่านั้น แต่ในชีวิตประจำวันตัวเราเองชอบละเลยมันไป เราเลยจะฝึกโยคะทุกวัน (ถ้าทำได้) เพื่อเป็นการบริหารสมาธิให้ใจเรานั่นเอง