เสาร์ที่สองของเดือนมกราคม คือ วันเด็ก
ใครๆ ก็รู้
ระยะวัยที่น่าจะอินกับวันเด็กและงานวันเด็กก็น่าจะเป็นเด็กไม่เกินช่วงประถม
เราก็เคยเป็นเด็กประถมที่อินกับวันนี้มาเหมือนกัน,
แต่อินไม่นานแล้วก็เลิก
สาเหตุเพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “ผู้ใหญ่”
…
1.
ตามปกติที่ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเราเมื่อวันเด็กมาถึง คือ การไปฝากเงินที่ธนาคารออมสิน
เงินที่ทำงานพิเศษหรือเงินจากการออมส่วนตัวก็จะถูกนำมาจากบ้านด้วยหัวใจที่เบิกบานเริงรื่น ที่ต้องมาฝากเงินเอาวันนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์เพราะทางธนาคารจะมีของแถมเป็นคอเล็คชั่นกล่องใส่ข้าว หรือกระติกน้ำ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละปี
เราเองที่ฝากมาหลายปีติดกัน ย่อมต้องอยากสะสมไปเรื่อยๆ ให้ครบทุกปี และคาดว่าเด็กคนอื่นก็ด้วย
แต่แล้ว,
ในขณะที่เด็กตาดำๆ หลายคนอัดแน่นและยืนต่อคิวกันอยู่ในธนาคารออมสินวันนั้นกลับต้องตะหนก และความหวังดับวูบเพราะเสียงบอกของเจ้าหน้าที่ธนาคารว่าของที่นำมาแจกแถมให้นั้นเหลือไม่มากแล้ว ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนรอลุ้นจนกว่าจะถึงคิวของตัวเอง ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็คงแย่เพราะทุกคนสู้อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าเป็นพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ
ความหวังริบหรี่ลงไปอีก แต่ความคับแค้นกลับพุ่งพรวดมาแทนที่ เมื่อสายตาหันไปเห็นผู้ใหญ่บางคน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นผู้ปกครองของเด็กที่มาฝากเงิน พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารอย่างสนิทสนม นัยว่าอาจรู้จักกันเป็นการส่วนตัว หรือคงเป็นญาติโกโหติกากัน แล้วผู้ใหญ่คนนั้นก็ได้รับกล่องข้าวจากเจ้าหน้าที่มาหลายใบ แล้วเดินออกไปจากแถวหน้าตาเฉย
เด็กอย่างเราในวันนั้นไม่พูดอะไร ได้แต่มองตามผู้ใหญ่ที่เดินออกไปพร้อมกล่องข้าวจำนวนมากมาย และเหลียวไปมองเจ้าหน้าที่เขม็ง แต่ไม่มีคำอธิบายอะไร สงสัยคงเป็นเพราะว่าเราเป็น “แค่เด็ก” และบางที่มันอาจไม่ใช่ “เรื่องของเด็ก”
จำได้ว่าวันนั้นเราเดินออกมาจากแถว
ไม่มีการฝากเงิน
ไม่มีการชื่นชมกล่องข้าวใบใหม่
2.
ตามปกติเราไม่ค่อยชอบไปงานที่คนพลุกพล่านสักเท่าไหร่ไม่เว้นแม้แต่งานวันเด็ก
แต่บางปีเราก็ต้องไปเตร็ดเตร่ในงานเพราะได้รับเลือกจากโรงเรียนให้เป็นตัวแทนไปตอบปัญหาบ้าง โต้วาทีบ้างอะไรเหล่านี้ และระหว่างที่ยังไม่ได้แข่ง หรือแข่งเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้กลับบ้าน เราก็จะเดินดูอะไรไปเรื่อยเพื่อเป็นการเปิดหูเปิดตา และไม่ให้มันเสียเที่ยว
มีอยู่ครั้งหนึ่ง,
เราไปยืนอยู่หน้าเวทีหลักที่ใช้สำหรับการแสดงของเด็กๆ และจะมีการคั่นด้วยการแจกของเป็นระยะๆ
ตอนที่เราเดินไปกำลังแจกกระติกน้ำอยู่พอดี เราอยากได้ เลยตะโกนบอกพิธีกรผู้ใหญ่บนเวที แต่ไม่ได้มีแค่หนึ่งเสียงของเราเท่านั้น เด็กที่ไหนก็อยากได้กระติกน้ำลายน่ารักๆ นั่น เสียงเลยเซ็งแซ่
แต่ระหว่างที่เด็กๆ รอคอยด้วยความหวัง กลับมีผู้ใหญ่บางคนเดินไปข้างๆ เวที กระซิบกระซาบอะไรกับเจ้าหน้าที่จัดงาน แล้วสักพักก็หอบข้าวของที่จะใช้แจกเด็กๆ ออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นผู้ใหญ่คนนั้นก็นำของที่ได้รับมาไปให้ลูกๆ หลานๆ ตัวเอง
เด็กอย่างเรามองตามแล้วก็ได้แต่อึ้งปนความรู้สึกเจ็บโกรธ
ถามตัวเองในใจว่า “นี่มันวันเด็กหรือเป่ล่า?”

จากนั้นมาเราไม่เคยไปร่วมงานวันเด็กอีกเลย,
ไม่แม้กระทั่งจะรู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใดเมื่อวันนี้มาเยือน
.
.
.
ผู้ใหญ่ทำร้ายเด็กในวันของเด็ก
ผู้ใหญ่ทำลายความเป็นเด็กในวันเด็ก
ผู้ใหญ่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือเชิดชูตัวเองและข่มผู้อื่น
แต่ยังไงก็ตาม,
ผู้ใหญ่ใจทรามแค่ไม่กี่คนในเหตุการณ์ที่เราดันจำซะแม่นในครั้งกระโน้นก็ไม่อาจทำลายหัวใจบางเสี้ยวที่ยังกักเก็บความเป็นเด็กเอาไว้อย่างแน่นเหนียวของเราลงได้
สุขสันต์ ณ วันเด็กนะเด็กๆ ทั้งหลาย
โดยเฉพาะผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างเราๆ