Archive for September, 2007

มีฉันไหม…เวลาที่ฝัน

Posted in ใครบางคน on September 28, 2007 by mahnakorn

     ฝันร้าย

     แม้จะเป็นเรื่องราวในฝัน

     แต่มันก็เศร้าและหดหู่จนเราร้องไห้น้ำตาเป็นสาย…เมื่อคืน

     ตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกสับสนเพราะภาพในฝันยังชัดและติดตา

I blog You

Posted in ติดตรึงใจ, ทำอะไรต่อมิอะไร, เรื่องดีดี, ใครบางคน on September 27, 2007 by mahnakorn

     นอกจากกิน-นอน-ทำงาน-ดูหนัง-ฟังเพลง-อ่านหนังสือ-คุยโทรศัพท์-เช็คเมล์ ฯลฯ แล้ว กิจวัตรอย่างหนึ่งที่เราใส่ใจเอามากๆ คือ การเขียนและอ่านบล็อก ระบุไม่ได้ชัดๆ ว่าเริ่มต้นติดใจตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่คิดเอาว่าน่าจะเริ่มหลงเสน่ห์การเขียนและ (แอบ) อ่านบล็อกชาวบ้านได้ปีกว่าๆ แล้ว

     จุดเริ่มต้นเล็กๆ มันเกิดขึ้นที่ออฟฟิศสนามหลวง เมื่อน้องคนหนึ่งเริ่มเขียนไดอารี่ออนไลน์แล้วก็ชักชวนให้คนอื่นเข้ามาอ่าน เมื่อเริ่มเข้าไปอ่าน พวกเราก็เริ่มคอมเม้นท์ และถือเป็นการจุดประกายให้อยากที่จะเขียน อยากจะมีบล็อกเป็นของตัวเองบ้าง

     จากตอนนั้นมาถึงตอนนี้ เราเคยเขียนมาทั้งหมด 3 ที่ คือ ของ gmember, spaces และ wordpress อันแรกมันล่มสลายหายไปแบบเสียดายสุดๆ เพราะไม่ทันตั้งตัว โชคดีอยู่บ้างที่ก๊อปปี้ข้อเขียนเหล่านั้นเก็บเอาไว้ได้บางส่วน อันที่สองเคยเขียนแบบจริงจัง แล้วก็หยุดไปพักนึงเพราะมีปัญหาเรื่องระบบภายใน แต่ตอนนี้ก็กลับมาเขียนอีกครั้ง ควบคู่ไปกับอันล่าสุด ที่เราคิดว่าเอาจริงเอาจังและตั้งใจมากที่สุด

     ที่เราเต็มที่กับการเขียนบล็อกเพราะเราชอบเขียน

     ความฝันอย่างหนึ่งของคนที่ชอบเขียนก็ คือ การเขียนให้คนอื่นได้อ่าน

     หลังจากที่เราเริ่มเขียนบันทึกตั้งแต่ช่วงมัธยมปลาย เราก็รู้ตัวแล้วว่าอยากจะประกอบอาชีพเกี่ยวกับการเขียน แล้วฝันสูงสุดก็คือ การมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม แต่นั่นมันก็ยังเป็นสิ่งที่อยู่สูงอยู่ เราเลยทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อค้นหาและกรุยทาง เช่น รับฝิ่นเขียนคอลัมน์ หรือ ช่วยให้คำแนะนำเพื่อนที่กำลังเขียนหนังสือ และอ่านหนังสือให้เยอะขึ้นเพื่อถ่างตาและเปิดใจ

     ในเมื่อยังไม่สามารถมีหนังสือเป็นของตัวเองเพราะยังหาแนวทางการเขียนที่ชัดเจนและน่าสนใจไม่ได้ เราเลยเลือกที่จะเขียนความคิดลงในบล็อก ซึ่งแม้จะไม่ใช่หน้ากระดาษ และรวบรวมออกมาเป็นเล่ม แต่มันก็เป็นทางหนึ่งที่เราไม่อาจละเลยได้เลย…มีคนอ่านความคิดของเรา

     การเขียนบล็อกมันไม่ได้จบลงตรงแค่เราได้เขียนของเรา แต่เรายังได้อ่านของคนอื่นด้วย แถมยังสามารถแสดงความคิดและโต้ตอบกันได้อีก ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดผ่านตัวอักษรระหว่างกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ และมันเป็นเรื่องมหัศจรรย์กว่านั้น เมื่อชุมชนคนเขียนบล็อกไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลกเสมือนจริง ทุกคนมีตัวตนจริง ทุกคนสัมผัสได้ แม้ว่าบางคนเราอาจจะไม่เคยเห็นหน้า ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว แต่เรื่องราวที่เรารับรู้ผ่านข้อเขียนของแต่ละคนมันซึบซับได้ง่ายยิ่งกว่าการมานั่งเล่าเรื่องตัวเองเสียอีก

     เขียนมายืดยาว เยิ่นเย้อขนาดนี้ ก็แค่จะบอกว่า

     เราดีใจที่ได้เขียน

     ดีใจที่ชักชวนคนโน้นคนนี้มาเขียน

     ดีใจมากขึ้นเมื่อมีคนเข้ามาอ่าน

     และดีใจมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อมีคนแสดงความคิดเห็น

     และดีใจสุดๆ เมื่อเราชาวบล็อกทั้งหลายมีสายใยบางๆ ระหว่างกัน…

อยากม้า

Posted in ขำขัน on September 26, 2007 by mahnakorn

เห็นสาวๆ เค้าฮิตตัดผมหน้าม้าและทำหน้าตาแอ๊บแบ๊ว…

ไม่อยากน้อยหน้า

เอามั่ง

ผลออกมาเป็นแบบนี้

horse01.jpghorse02.jpg

^

^

ม้าจริง ม้าหลอก ม้ามืด ม้าทุเรศ

เราคงไม่เหมาะกับ ‘ม้า’

งั้นไปตัดผม ‘หน้าหมา’ ดีฝ่า

closer

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, ดูหนัง on September 25, 2007 by mahnakorn

ยิ่งใกล้ ยิ่งแปลก

ยิ่งชิด ยิ่งต่าง

ยิ่งติด ยิ่งห่าง

ยิ่งข้าง ยิ่งไกล

หนาว

Posted in ใครบางคน on September 24, 2007 by mahnakorn

มือสั่น

ใจเต้นแรง

คิดอะไรไม่ออก

รู้สึกหนาว

คงเพราะแอร์มันเย็นเกินไป

คงไม่ใช่เพราะ…ไม่ใช่หรอก

พลังเห็ด

Posted in ขำขัน, ความฝัน, คิดอะไรไปเรื่อย, ติดตรึงใจ on September 24, 2007 by mahnakorn

     สงสัยเก็บเรื่องที่เพื่อนชวนทำฟาร์มเห็ด เพาะเห็ดขายไปคิดมาก เอ่อ…อย่าเรียกว่าคิดมากดีกว่า คิดเป็นจริงเป็นจังเลยแหล่ะ ประกอบกับช่วงนี้อ่านการ์ตูนเรื่อง ‘Green’ ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในฟาร์มของเกษตรกรชาวสวน ชาวไร่ที่เมืองจิจิบุ ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเล่ม 3 มีเรื่องเกี่ยวกับการทำเห็ดหอม เราก็เลยฟุ้ง ฟุ้งมากๆ ถึงขั้นเก็บเอาไปฝันว่าเราได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น…โว้ว

     เราเป็นแบบนี้ ถ้าหมกมุ่นกับอะไรก็จะคิดกับเรื่องนั้นไปสักระยะหนึ่ง เมื่อหมดไฟหมดฝัน หมดความเป็นไปได้ทั้งปวง เราก็จะกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ แต่เรื่องนี้คงจะวุ่นวายอยู่ในใจไปอีกสักพักใหญ่ๆ เพราะอยากจะไปทำตัวเป็น WWOOFER ที่ญี่ปุ่น ตอนนี้เลยพยายามหาข้อมูล, เก็บเงิน และจะเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วย ว่าเข้าไปนั่น

     แต่เชื่อเหอะ, เดี๋ยวห็หายเห่อ

ได้กลิ่นไหม?

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, อากาศ, อารมณ์ on September 21, 2007 by mahnakorn

     ค่ำวานนี้ตอนที่นั่งรถเมล์กลับบ้าน ฝนตกหน่อยๆ รถติดนิดๆ เรานั่งมองกระจกรถเมล์ที่มีหยาดฝนกระจายไปทั่ว มองไป มองมาแล้วก็คิดถึงชีวิต และจิตใจตัวเองว่าก็คงคล้ายกับกระจกหน้าต่างที่อาจจะขุ่นมัวไปบ้างจากฝุ่นควัน, ฝน และอะไรต่อมิอะไร ซึ่งมันทำให้เรามองทะลุออกไปแบบพร่ามัวและเลือนลาง

     แต่เราจัดการได้ เราล้าง เราเช็ดมันได้ แม้เราจะไม่สามารถห้ามฝน สั่งฝุ่นไม่ให้มาแตะต้องกระจกบานนั้น…แต่ใจเราเอง เราฝึกมันได้ และถ้าเราทำความสะอาดมันบ่อยๆ กระจกมันก็จะใสและมองเห็นอะไรได้ชัดอยู่เสมอ

.img_3956.jpg

.

เมื่อคืน…ลมหนาวๆ พัดมาพร้อมฝนเย็นๆ

เป็นอีกหนึ่งคืนที่รู้สึกดีแบบที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

.

.

.

ได้กลิ่นกันบ้างไหม?

กลิ่นหอมๆ ของลมหนาวๆ ที่ช่วยให้ใจเรา…….เย็น

ทิ้งระยะ

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, บางวันเวลา, หนังสือ, ใครบางคน on September 19, 2007 by mahnakorn

     สืบเนื่องจาก ‘คำเตือนของสุนัขจิ้งจอก’ และ ‘จิตใจสุนัขจิ้งจอก’ เรายังค้างๆ คาๆ เรื่องของความสัมพันธ์อยู่อีกหนึ่งประเด็น นั่นคือ ‘ระยะห่างของความสัมพันธ์’

     เมื่อวานมึนๆ เพลียๆ เลยนอนขดตัวอยู่ที่ห้อง แต่ในระหว่างที่ยังสะลึมสะลืออยู่ก็ไปค้น ‘เจ้าชายน้อย’ มาอ่านอีกรอบ อ่านไปนอกจากจะน้ำตาซึมสงสารสุนัขจิ้งจอกแล้ว เรายังคิดเรื่องระยะห่างระหว่างคนสองคนขึ้นมาอีกด้วย แต่ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ เพิ่งจะคิดได้ จริงๆ เราคิดมาโดยตลอดแต่ยังไม่ตกตะกอน และยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบรุนแรง มาในวันนี้เราค่อนข้างจะมองอะไรได้ชัดแจ๋วขึ้น

     การที่เราจะเลือกคบ หรือต้องคบกับใครสักคนไม่ว่าจะในฐานะใดๆ ก็ตาม ระยะห่างมันจะไม่เท่ากันเสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่มีมาตรวัดที่เป็นมาตรฐานสากลแต่ใจเราเองจะรู้แน่ว่า ใครอยู่ใกล้ คนไหนอยู่ไกลแค่ไหน อย่างไร และมันก็มักจะมีเสมอที่เราเลือกวางคนบางคนไว้ในระดับที่ใกล้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรากลับถอยห่างออกมา ทำให้ระยะห่างมันกว้างกว่าเดิม

     ถึงตอนนี้, มันไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่รับรู้ แต่คน ‘เคยใกล้’ ก็ย่อมรับรู้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกในแบบที่เรียกว่า กระอักกระอ่วนใจต่อกัน คือ แม้จะไม่ได้โกรธ แต่ก็ไม่มีทางเชื่อมกันได้เหมือนอย่างที่เคยเป็น

     กรณีข้างบนเกิดขึ้นกับเราบ่อย แต่ไม่ใช่ว่าเราอยากจะให้มันเป็นอย่างนั้น แต่เราคิดว่าขอเลือกที่จะห่างๆ กันไว้ ดีกว่าอยู่ใกล้เท่าเดิมแล้วเกิดการบาดหมางใจกัน และไม่สามารถมองหน้ากันได้อีกเลย ที่มันเป็นเช่นนี้เพราะลักษณะนิสัยบางอย่างที่เราเพิ่งมาพบเอาภายหลังว่า ‘ไม่ใช่’ และ ‘ไปด้วยกันไม่ได้’ แน่ๆ

     เราประเมินได้ เรารับรู้ได้ คนบางคนอาจจะฝืนแล้วพยายามทำทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เราทำไม่ได้

     นอกจากกรณีที่น่าเศร้าแต่ต้องยอมรับความจริงข้างต้นแล้ว ยังมีอีกกรณีหนึ่งที่เราจะค่อยๆ ‘กระชับความสัมพันธ์’ ในตอนต้นเรามักไม่ค่อยแน่ใจ หรืออาจจะระมัดระวังตัวกับคนๆ นั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ยิ่งสร้างความรู้สึกดีๆ ต่อกันไปเรื่อยๆ แบบนี้แหล่ะ ระยะห่างจะหดแคบขึ้นมาเรื่อยๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนและทุกครั้งหรอกนะ

     ขอให้ทุกคนเจอระยะห่างที่แคบที่สุดด้วยใจที่กว้างที่สุด,

     เราก็หวังเหมือนกัน

Sleepless in Bangkok

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, บางวันเวลา on September 17, 2007 by mahnakorn

นอนไม่หลับกลับมาแล้ว…

เมื่อคืนเรานอนไม่หลับอย่างรุนแรง คาดว่าเราคง ‘ดื้อยา’ เพราะก่อนหน้านี้ยาคลายกล้ามเนื้อที่หมอให้มากิน ก็ยังออกฤทธิ์ได้ดีจนเรากระหยิ่มว่าอยากจะนอนเมื่อไหร่ก็กลืนยาเข้าไป ไม่เกิน 1 ชั่วโมงหลังจากนั้น ตาจะปรือและหลับใหลอย่างสนิท

เปิดไฟ ปิดไฟอยู่หลายครั้ง

หยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

เปิดเพลงฟัง

นั่งทำงาน

เปิดโทรทัศน์

เอา iPod มากดเพลงจนครบทุกเพลงก็แล้ว

และทั้งๆ ที่อากาศข้างนอกดีมากๆ ฝนตกหนัก เหมาะแก่การหลับปุ๋ยเป็นอย่างมาก แต่เราก็ยังลืมตาโพลงในความมืดจนใกล้เช้า

ทำตัวเป็นนางเอกในหนังของเฮียหว่อง ออกไปยืนมองฟ้า มองฝน…ยืนมองนิ่งๆ แล้วก็ถามตัวเองว่า “แกเป็นอะไร?” คำตอบที่เขียนให้ตัวเองในสมุดบันทึก คือ เราไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้เหงา ไม่ได้เศร้า ไม่ได้เหนื่อย ไม่ได้เจ็บ เราคิดว่าสภาพจิตใจเราปกตินะ

เมื่อประมวลผลได้ดังนั้น ก็เลิกหาสาเหตุอีกต่อไป…เพราะมันก็คงเป็นแค่การกลับมาสู่ชีวิตปกติของเราที่นอนยากนอนเย็นอยู่แล้ว

มันคงเป็นอย่างนั้นแหล่ะ

คำเตือนของสุนัขจิ้งจอก

Posted in หนังสือ, ใครบางคน on September 14, 2007 by mahnakorn

“ถ้าสร้างสัมพันธ์ขึ้นมาแล้วต้องรับผิดชอบความสัมพันธ์นั้น”

     สุนัขจิ้งจอกบอกกับเจ้าชายน้อยอย่างนั้น ในตอนที่สอนให้เจ้าชายได้รู้จักกับการสร้างสัมพันธ์ และค่อยๆ ทำให้สุนัขจิ้งจอกเชื่อง

     ซึ่งรับผิดชอบในความสัมพันธ์ อย่างหนึ่งมันก็หมายถึง ความสม่ำเสมอ

     เมื่อคืนเรานึกถึงเนื้อหาในตอนนี้ขึ้นมาเพราะเรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยรับผิดชอบในความสัมพันธ์สักเท่าไหร่ เราสนุกที่จะสร้างแต่เราไม่ค่อยดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดีเท่าที่ควร อยากจะโทษว่าเป็นเพราะเครือข่ายความสัมพันธ์ของเรามันมีเยอะ เวลาเรามีน้อยเลยทำให้ไม่ค่อยได้ใส่ใจใครต่อใครมากที่ควรจะเป็น…หลายๆ ความสัมพันธ์จากหลายๆ คนจึงค่อยๆ บางเบาไปจากชีวิตเรา

     เมื่อมานึกถึงตอนนี้ก็เสียดาย…และบางครั้งมันก็สายไปแล้วเสมอ

     ส่วนที่มาที่ทำให้เรานึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็เพราะ…ลูกสาวของเรา

     ใช่, เรามีลูกสาวอายุ 9 ขวบแล้ว 1 คน แต่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกนะ เรามันเป็นแม่ที่ไม่ได้ความเลยส่งเสียค่าเล่าเรียนให้ทุกเดือนๆ แล้วก็คิดเอาเองว่าเท่านั้นมันน่าจะเพียงพอแล้ว ถ้าเมื่อวานเราจะไม่ได้รับรูปถ่ายและรายละเอียดส่วนตัวที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เช่นว่า ตอนนี้ลูกเราขึ้นป.3 แล้ว, เค้าเรียนดีใช้ได้, เค้ามีสุขภาพที่แข็งแรง, เค้าชอบนก, เค้าชอบสีชมพู, เค้าสูง 119 ซม. ฯลฯ

     เราไม่เคยเขียนจดหมายไปทักทายสักฉบับ ในขณะที่ลูกสาวเราที่อยู่ไกลถึงแม่ฮ่องสอนเค้าตั้งใจเขียนจดหมายถึงเราด้วยลายมือโย้เย้มาขอบคุณ และอวยพรให้เรามีชีวิตที่ดี…

     เรานั่งยิ้มกับสิ่งที่ได้รับเมื่อคืน

     แล้วก็ตั้งใจว่าเราจะเอาใจใส่ใครต่อใครที่เราไปสร้างความสัมพันธ์อันดีเอาไว้มากขึ้นเท่าที่เราจะทำได้ ขอโทษใครหลายคนเอาไว้ตรงนี้ด้วย หากว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเรา เราละเลย เราเมินเฉย เราทำไม่รู้ไม่ชี้ เราหนีปัญหาอะไรไปบ้าง…ให้โอกาสเราด้วย