Archive for January, 2009

ปิดวงจรวงจรปิด

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, บั่นทอนจิตใจ on January 28, 2009 by mahnakorn

ช่วงนี้บ้านเราเสพภาพจากกล้องวงจรปิดมากไปหรือเปล่า?

รายการเล่าข่าวทุกช่อง หลายช่วงพยายามดันภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแต่ละข่าวแต่ละคราวก็ไม่ได้เป็นภาพที่ควรจะต้องดูซ้ำไปวนมามากขนาดนั้น และก็ไม่จำเป็นที่ต้องดูโดยไม่ได้เซ็นเซอร์, เราไม่ใช่ตำรวจ หรือ คนที่ต้องใช้ประโยชน์จากเรื่อง จากภาพนั้นจริงๆ

ชายใจโหดเอาปืนจ่อยิง 2 ชีวิต, วัยรุ่นรุมกระทืบกัน, นักศึกษาโดนจ่อยิง และอีกมากมายไม่ขาดสาย

วันๆ หนึ่งเราได้ดูภาพข่าวเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูจนเราต้องเบือนหน้าหนี เลิกดูข่าว ปิดทีวีไปหลายๆ วัน ไม่ใช่เพราะไม่เห็นความสำคัญของภาพเหล่านี้ แต่เป็นเพราะรู้สึกว่ามันมากเกินไป ซึ่งนัยทางหนึ่งมันสะท้อนความน่ากลัวของจิตใจมนุษย์ขึ้นทุกวันๆ และมันอาจสะท้อนว่ามนุษย์เราอาจเสพติดความรุนแรงโดยไม่รู้ตัว แม้เราไม่ได้ลงมือกระทำ แต่เราจ้องการกระทำเหล่านั้นแทน หรือ บางคนอาจใช้มันเพื่อลอกเลียนแบบในภายหลัง ดีไม่ดีกล้องวงจรปิดอาจถูกใช้เป็นพื้นที่ของคนขาดสติ ไร้วิจารณญาณที่อยากเด่นดังในทางที่ผิดบาปก็เป็นได้

ที่น่ากลัวไปกว่านั้น,

เรากลัวว่าถ้าเราได้ดูภาพพวกนี้บ่อยๆ เข้า หัวใจเราอาจชินชาและมองความโหดร้าย ความน่ากลัวเหล่านี้เป็นเพียงละครในข่าวและอาจถึงขั้นมองมันเป็นเรื่องธรรมดาที่เห็นได้อยู่ทุกวี่วัน

เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเราและเด็กๆ ที่นั่งอยู่หน้าจอทีวี

ปิดวงจรการเผยแพร่ภาพวงจรปิดกันสักทีดีไหม

นำเสนอแบบไม่ต้องเห็นชัด นำเสนอกันให้น้อยลงมันคงไม่ได้ทำให้ข่าวนั้นลดความน่าสนใจลงได้ถ้าข่าวนั้นมันมีสาระ มันมีความสำคัญ มันมีอุทาหรณ์ หรือ มีอะไรที่มันสะเทือนใจเพียงพออยู่แล้ว

ความไม่สนุกของกะทิ

Posted in ดูหนัง on January 22, 2009 by mahnakorn

‘ไม่สนุก’

คือ ความรู้สึกขณะนั่งดู

ที่ว่ามันไม่สนุก มันไม่สนุกเพราะหลายๆ อย่าง เช่น บทหนัง ที่ยังไม่ชัดเจนกับการนำเสนอแก่นของเรื่อง และไม่ชัดเจนว่าตัวหนังเป็นหนังประเภทใดกันแน่ จะสนุก จะซึ้ง จะเศร้า มันกึ่งๆ กลางๆ ไปซะหมด, บทสนทนาของตัวละคร ที่ไม่เป็นภาษาพูดจนขัดใจและรู้สึกเบื่อหน่าย, ความชัดลึกของตัวละคร ที่ไม่มีที่มาที่ไปจนทำให้เราไม่เกิดความรู้สึกผูกพันด้วย และตัวละครยังมีคาแรคเตอร์ไม่โดดเด่น ไม่ชัดเจน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เราไม่รู้ว่าตัวละครนั้นๆ มีลักษณะนิสัยยังไงกันแน่ โดยเฉพาะตัวกะทิ ที่หนังยังทำให้เราเห็นไม่ได้อย่างเด็ดขาดว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กแบบไหน, การให้ความสำคัญกับการลำดับเรื่องราว เป็นปัญหาที่ใหญ่โตรองลงมาจากบทหนัง เพราะเรื่องที่ไม่ปะติดปะต่อเพียงพอ และการเก็บสถานการณ์ที่ไม่สำคัญและไม่มีผลใดๆ ต่อเรื่องเอาไว้ทำให้หนังกระจายไปไม่มีทิศทาง ทำให้คนดูรู้สึกไม่ลื่นไหลไปกับหนัง และ ทำให้ฉากที่ควรจะเป็นไคลแมกซ์กลับกลายเป็นความอิหลักอิเหลื่อ ที่คนดูอย่างเราทำตัวไม่ถูก เป็นต้น

‘เสียดาย’

คือ ความรู้สึกหลังดูจบ

ส่วนที่ว่าเสียดายเป็นเพราะเราค่อนข้างติดตามข่าวคราวของหนังเรื่องนี้มาโดยตลอด และเรายังอ่านหนังสือทั้ง 2 เล่มมาแล้ว โดยมีความโน้มเอียงไปในทางที่ชอบ เลยค่อนข้างหวังและอยากเห็นมันถูกสร้างเป็นหนัง ที่สำคัญ ทีมงานที่ถูกคัดเลือกมาเป็นเบื้องหลังในส่วนต่างๆ มีชื่อเสียงและมีคุณภาพอย่างน่าชื่นชม เช่น ในส่วนกำกับภาพที่ออกมางดงาม สวยอย่างสงบ แต่อย่างที่บอกข้างต้น คือ เมื่อรวมกันกับความขาดๆ เกินๆ ความสวยของภาพเลยไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์มากนัก

และที่ว่าเสียดายอีกที คือ หนังเรื่องนี้แม้เราจะไม่ชอบแต่ก็ยังไม่สามารถจัดให้อยู่ในหมวดหนังห่วย หรือ หนังแย่ได้ มันเป็นความรู้สึกก้ำกึ่งที่รู้สึกว่ามันทำได้ดีกว่านี้ มันทำให้สนุก มันทำให้อิ่มกว่านี้ได้

kati

เราไม่แน่ใจว่าควรจะแนะนำให้ไปดูหนังเรื่องนี้ดีหรือเปล่า

เอาเป็นว่าถ้าคิดอยากสนับสนุนหนังไทยสักเรื่อง อยากให้โอกาสผู้กำกับที่เรายังไม่คุ้นชื่อ ไม่ชินมือสักคนก็ไปดูเถอะ

หมาเป็ด

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, บางวันเวลา, อารมณ์, ไร้สติ on January 19, 2009 by mahnakorn

เราคิดว่าเราเป็น ‘หมาเป็ด’

หมา มันก็แทนค่านิสัยเราบางอย่างที่คนสนิทจะรู้จักดี

เป็ด มันแทนค่าความรู้ ความสามารถของเราที่ตัวเราเท่านั้นจะรู้ดี

เราไม่มีความสามารถพิเศษอันใดที่น่าจับตา

ถ้าใครถาม หรือ ต้องกรอกเอกสารที่มีช่องความสามารถพิเศษ เราจะใช้เวลานานในการนึก ไม่ใช่เพราะมันมีเยอะ แต่เพราะมันไม่มี บางคนอาจจะเล่นดนตรี, ขี่รถผาดโผน, ภาษาที่สอง ที่สามคล่อง, ใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมโน่นนี่ได้สะดวก ฯลฯ

เราไม่มีอะไรสักอย่าง

ถ้ามีก็คงเป็นแค่ความสามารถธรรมดาที่คนอื่นก็มีและเป็นเท่าๆ กัน

ไม่ได้โดดเด่น สะดุดตา หรือน่าจะต้องควานหาเราไปเป็นรับใช้ ไปทำงานให้

สิ่งที่สำคัญกว่าความสามารถ คือ ความกล้า

ซึ่งเราไม่มีซะยิ่งกว่า

ท้ายที่สุดแล้วเราก็คงเป็นได้แค่หมาเป็ดขี้ขลาด ที่ไม่กล้าแม้แต่จะทำอะไร นอกจากจะฝันลมๆ แล้งๆ ไปวันๆ

ความคลุมเครือที่อิ่มเอม

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, ติดตรึงใจ, สบายใจ, อารมณ์, ใครบางคน on January 6, 2009 by mahnakorn

เราเป็นคนชัดเจน และชอบความชัดเจน

จะซ้าย หรือ ขวา

ถ้าไม่ขาว ก็ดำ

ไป หรือไม่ไป

ใช่หรือไม่ใช่

ดีหรือไม่ดี

ชอบหรือเกลียด

ฯลฯ

อะไรทำนองนั้น

เราเลยทนกับความคลุมเครือและความตะกุกตะกักไม่ค่อยได้ เพราะรับมือไม่ถูก และวางแผนชีวิตตัวเองไม่ได้ ซึ่งเราจะรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที แต่ชีวิตตอนนี้กลับมาสู่ช่วงคลุมเครืออีกครั้ง ทั้งๆ ที่มันก็ค่อนข้างชัดเจนแล้ว แต่อะไรบางอย่างมันก็ยังบอกไม่ถูกว่ายังไง…

เราไม่คิดจะหาคำตอบ ไม่อยากให้มันคลี่คลาย

เพิ่งมารู้เอาตอนนี้ว่าบางทีบรรยากาศและอารมณ์ของความคลุมเครือมันก็สร้างสีสันในชีวิตไปอีกแบบ มันทำให้เราเลิกหมกมุ่น หยุดการวิตกกังวล จะเรียกว่าปล่อยได้มากขึ้น ละได้มากขึ้น วางได้มากขึ้นก็ยังกระดากอาย แต่เอาเป็นว่าเราก็รู้สึกดีกับสภาวะแบบนี้เหมือนกัน

อย่างน้อย,

ถ้าอะไรหรือใครไม่ชัดเจน

ตัวเราเอง ใจเราเองข้างในชัดเจน…มันก็น่าจะพอแล้ว