Archive for February, 2009

The Reader : เรื่องลับกับ…

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, ดูหนัง, ติดตรึงใจ, หนังสือ on February 19, 2009 by mahnakorn

the-reader

How far would you go to protect a secret?

เรื่องบางเรื่องสำหรับเรามันเป็นเรื่องน่าอาย, น่าละอายซะจนไม่อยากให้โลกต้องรับรู้ แม้ว่ากับบางคนเรื่องนั้นอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยซะจนไม่อาจนำมันมาบดบังความสุข และ ความก้าวหน้าของชีวิต

แต่ในเมื่ออีกคนหนึ่งยึดถือมันเอาไว้,

จนกลายมาเป็นความลับสุดยิ่งใหญ่ที่ไม่ว่าใครก็ห้ามรู้

แม้ว่า ‘ความลับ’ ก้อนนี้จะนำพาคนๆ นั้นไปเจออะไรก็ตาม คนๆ นั้นก็ยินดีและพร้อมทำทุกทางเพื่อรักษาความลับนั้นไว้กับตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

The Reader

หนังเรื่องล่าสุดที่เราไปดูมาและไม่อยากเก็บไว้ในใจคนเดียว เป็นหนังที่ดัดแปลงบทจากหนังสือชื่อเดียวกัน ซึ่งถ้าจำไม่ผิดเราเคยเปิดอ่านเมื่อราวสิบปีก่อน แต่ยอมรับว่าลืมเลือนบรรยากาศในหนังสือไปหมดแล้ว แค่จำโครงเรื่องคร่าวๆ ได้เท่านั้น

การจำไม่ได้เลยเป็นประโยชน์

หนึ่งคือเราไม่ปิดกั้นตัวหนัง

สองคือเราไม่รู้เรื่องในหนัง (เยอะ)

ดูหนังจบภาพต่างๆ ในหนัง การกระทำและบทสรุปของตัวละครยังค้างๆ อยู่ในหัวเรา อยากจะเล่า อยากจะเขียน แต่ก็พยายามระมัดระวังที่จะไม่ให้ ‘ความลับ’ ในหนังเรื่องนี้ถูกเปิดเผย เลยพยายามบอกคนโน้นคนนี้ให้ไปดูซะจะได้มาคุยกัน

หนังตั้งคำถามให้กับคนดูทิ้งไว้หลายเรื่องให้ไปขบคิด

ซึ่งสุดท้ายเราก็ต้องมานั่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า

“เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากหนังเรื่องนี้?”

 

สถานีต่อๆ ไป

Posted in ติดตรึงใจ, อารมณ์, เรื่องดีดี on February 18, 2009 by mahnakorn

เมื่อวานนี้ที่สถานีรถไฟฟ้าอโศก ขณะที่เรากำลังจะหยอดเหรียญเพื่อซื้อตั๋วไปสถานีสยาม ก็มีผู้หญิงแปลกหน้าท่าทางเป็นมิตรเดินตรงดิ่งมาหาเรา พร้อมกับยื่นบัตรรถไฟฟ้าให้แล้วบอกว่า

“บัตรนี้เป็นตั๋ววันเดย์ พาส ใช้ได้จนถึงเที่ยงคืนวันนี้ เอาไปใช้นะคะ มีคนให้มาเหมือนกัน”

แล้วเธอคนนั้นก็เดินจากไป ทิ้งไว้แค่บัตรหนึ่งใบ รอยยิ้มบนใบหน้าและอาการฟูพองในหัวใจเรา

.

.

.

เราไม่รู้ว่ากว่าตั๋วใบนี้จะเดินทางมาถึงมือเรา มันได้ถูกส่งต่อมาแล้วกี่มือ น่าเสียดายที่มันไม่มีโอกาสให้คนถัดจากเราได้ใช้ประโยชน์จากมันเพื่อเดินทางสู่สถานีต่อไป เพราะช่วงเวลาสุดท้ายที่เราใช้มันก็ใกล้เที่ยงคืนเต็มแก่ แม้ว่าก่อนเดินลงจากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยเราจะอ้อยอิ่งเพื่อรอให้มีใครสักคนเดินเข้ามาเพื่อซื้อตั๋วก็ตาม…

ขอบคุณคนๆ แรกที่ซื้อบัตรใบนี้ และเริ่มส่งต่อกันมาเรื่อยๆ จนมาจบวงจร 1 วันที่เรา เพราะคนๆ นั้นทำให้เรารู้สึกยินดีที่ยังมีเรื่องราวดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันง่ายๆ

เพราะจะว่าไปมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่เราจะส่งต่อความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียกว่าน้ำใจไมตรีให้ต่อกัน

อย่างเมื่อหลายวันก่อนเราไปซื้อผลไม้ที่ร้านประจำหน้าปากซอยบ้าน อยู่ๆ ป้าคนขาย (ซึ่งไม่ใช่เจ้าของร้าน) ก็ยัดกล้วยหอมเพิ่มมาให้เราอีก 1 หวี ทั้งที่เราบอกแล้วว่าอาจจะกินไม่ทัน กลัวว่ามันจะงอมไปซะหมด แต่ป้าก็บอกว่ารีบๆ เอาไปเถอะอุตสาห์เลือกหวีที่มันยังเขียวๆ อยู่มาให้

สุดท้ายเราไม่ได้กินกล้วยหวีนั้น เลยไม่รู้ว่ามันหวานมันอร่อยกว่าปกติหรือไม่, แต่ถ้าอยากรู้กัน เราจะไปถามลุงพ่อบ้านของอพาร์ตเม้นท์เราให้นะ

Let thing go

Posted in คิดอะไรไปเรื่อย, บั่นทอนจิตใจ, บางวันเวลา, ใครบางคน on February 16, 2009 by mahnakorn

วันนี้เพื่อนสนิทคนนึงส่งฟอร์เวิร์ดเมลมาให้ คิดเอาเองว่าเพื่อนเปลี่ยนชื่อเมลให้เป็น ‘Let thing go’ รู้สึกว่ามันเป็นเมลทื่ถูกจังหวะมากๆ เพราะเรารู้สึกว่าเราควรจะทำอะไรสักอย่าง

การผูกมัดใจตัวเองไว้กับอะไรสักอย่างที่เราทั้งรู้ว่ามันไม่ได้มีผลดีกับตัวเรา หรือ รู้ทั้งรู้ว่าอะไรบางอย่างก็ไม่ได้ยินดีให้เราเอาใจเข้าไปติดด้วย แต่ทั้งๆ ที่รู้แจ้งอย่างนั้น แต่เราก็ดันทำไม่ได้

ไม่ได้บอกว่าวันนี้ พรุ่งนี้จะทำได้

แค่รู้สึกเบื่อๆ กับความรู้สึกด้านเดียว ข้างเดียว

วันนี้บ่นๆ อะไรก็ไม่ได้ จบละๆ

รักเล่าเรื่อง…เล่าเรื่องรัก

Posted in ความหลังครั้งเก่า, ติดตรึงใจ, ทำอะไรต่อมิอะไร, บางวันเวลา, สบายใจ, หนังสือ, อารมณ์, เรื่องดีดี on February 12, 2009 by mahnakorn

เดือนกันยายน 2549

เรามีโอกาสไปทำงานเบื้องหลังให้กับคอนเสิร์ตเล็กๆ อบอุ่นๆ ที่มีชื่อหวานปนขมว่า “รักเล่าเรื่อง…ลวงตา” ซึ่งชื่อคอนเสิร์ตก็มาจากบทสนทนาในการพูดคุยระหว่างมื้อค่ำ เราบอกว่าคอนเสิร์ตนี้ส่วนใหญ่มันก็เป็นการเล่าเรื่องรักในมุมต่างๆ (ส่วนใหญ่จะขม) เลยอยากได้ชื่อ “รักเล่าเรื่อง” ซึ่งพี่ศิลปินและหลายๆ คนก็เห็นด้วย แต่พี่ศิลปินบอกว่าขอเติมคำว่า “ลวงตา” เข้าไป เพื่อจะได้สื่อถึงตัวเขาได้ชัดเจน (มองความรักเป็นแบบนั้น) และคำๆ นี้ก็เป็นทั้งชื่อเพลงและชื่ออัลบั้มของพี่เค้าในครั้งนั้นด้วย

 

เดือนกุมภาพันธ์ 2552

เรามีโอกาสได้ส่งงานเขียน (เราเรียกว่าเรื่องสั้นแบบบันทึก) เข้าไปร่วมในหนังสือที่ชื่อว่า “เล่าเรื่องรักระหว่างเรา” ซึ่งหนังสือเล่มนี้เป็นการประเดิมสำนักพิมพ์ร้านเล่า ซึ่งแตกหน่อก่อยอดมาจากร้านหนังสือเล็กๆ แต่น่ารัก บนถนนนิมมานฯ เชียงใหม่ เรื่องสั้นของเราใช้ชื่อว่า “เรื่องรักระหว่างเรา” เพราะอยากให้ตรงกับชื่อหนังสือในครั้งแรก และมันเป็นประโยคที่อธิบายเรื่องราวในเรื่องสั้นได้เหมาะเหม็งที่สุด

 

2 โอกาสที่ต่างวาระ แต่เราคิดเห็นว่ามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ นำเสนอเรื่องของความรักล้วนๆ แต่เป็นความรักในมุมที่หลากหลาย สุดแท้แต่จะคิด จะมอง จะตีความ จะเข้าใจ และ หลงใหลกันไป

เราเองในฐานะที่เป็นคนชอบเล่าเรื่องรัก ชอบเอาเรื่องรักทั้งดีบ้าง แย่บ้าง (ซะมาก) ของตัวเองมาเล่า เลยรู้สึกประหลาดใจแบบยิ้มๆ ที่ชีวิตครั้งหนึ่ง สองครั้ง และหรืออาจจะมากกว่านั้น ที่เราได้มีส่วนเกี่ยวข้องในระยะใกล้กับคอนเสิร์ตและหนังสือดังกล่าว

จะว่าเป็นความบังเอิญก็ได้

จะว่าเป็นความจงใจก็ใช่อีก

ในเมื่อชีวิตดำเนินไปด้วยความรัก และความรักทำให้ชีวิตดำเนินไปได้

เราก็คงต้องพันพัวเป็นวัวพันหลักกับความรักเรื่อยไปอย่างไม่รู้จบ