Archive for April, 2009

2 ปีผ่านไป

Posted in ติดตรึงใจ, บางวันเวลา, สบายใจ, เรื่องดีดี on April 26, 2009 by mahnakorn

ในที่สุดก็ครบสองปีแล้วจ้า

ครบสองปีที่เรามาเขียนบล็อกที่นี่

เป็นสองปีที่มีทั้งสุขและเศร้า

สองปีที่ได้รู้จักคนใหม่ๆ ผ่านที่แห่งนี้

มีโอกาสย้อนกลับไปอ่านการโพสต์ครั้งแรกจนถึงครั้งล่าสุด อย่างนึงทที่เห็นชัดๆ คือ ช่วงปีแรกๆ เขียนบ่อยมาก เดือนละประมาณ 10 ครั้งแน่ะ แต่ปีนี้เขียนถี่น้อยลงเรื่อยๆ บางเดือนเหลือแค่ 3-4 ครั้ง

สถิติเหล่านี้, มองง่ายๆ มันก็เป็นแค่ตัวเลข แต่ถ้ามองลึกไปกว่านั้นมันก็บ่งบอกอะไรหลายๆ อย่าง ส่วนว่าจะเป็นอะไรบ้างก็ไม่อยากจะพูดถึง เพราะพูดไปมันก็จะยิ่งเป็นการบอกว่าเราแก้ตัวเรื่องที่ขี้เกียจเขียนนั่นแหล่ะ

และเพราะได้ย้อนกลับไป ก็ได้เจอสถิติอะไรๆ ที่เก็บกลับมาเล่าให้ฟังกันได้

233 คือจำนวนเรื่องที่เราเขียน

9.7 คือ ค่าเฉลี่ยในแต่ละเดือนที่เราเขียนมาตลอด 24 เดือนนี้ (น่าพอใจ)

31 คือ จำนวนคอมเม้นท์ที่เยอะที่สุด ซึ่งมันมาจาก entry ‘อย่าปล่อยให้ความทุกข์ลอยนวล’ อยากรู้ว่าทำไมมันเยอะกันขนาดนี้ก็ย้อนไปอ่านกันดู (ไร้สาระสุดๆ)

7 คือ จำนวน entry ที่ไม่มีคอมเม้นท์เลย

หมดเรื่องสถิติไปแล้ว คราวนี้มาว่ากันด้วยเกร็ดต่างๆ บ้างนะ

entry ที่คิดนาน เขียนเหนื่อย และเขียนยาว คือ ‘Let’s talk about love in Laos’ และ ‘ไม่เป็นไรจริงๆ’

entry ที่ค่อนข้างฮา คือ ‘วิธีสู่ความอร่อย’ และ ‘เนื้อคู่’

entry ที่เขียนเป็นตอนๆ (ซีรี่ย์) คือ ‘เธอมาจากดาวดวงไหน’ และ ‘ฮอยอัน : เมืองสมมติที่มีอยู่จริง’ และ ‘Bia : Vietnamese Alcohol’ และ ‘Postcard from heaven’ และ ‘หลงทาง’ และ ‘เนื้อคู่’ และ ‘ไม่มีทั้งขนมจีบและซาลาเปา’ ซึ่งทั้ง 7 ตอนนี้เขียนเกี่ยวกับการไปเที่ยวเวียดนาม

entry ที่วิชาการที่สุด คือ ‘ซึมเศร้า’

entry ที่ใช้วิธีเขียนที่ไม่เหมือนชาวบ้าน คือ ‘กลอนตอนตี 5′ เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราเขียนเป็นกลอน

entry ที่เขียนสั้น เขียนน้อยที่สุด คือ ‘ว่างเปล่า’ ซึ่งจริงๆ ไม่ได้เขียนอะไรเลย สมชื่อว่างเปล่าเค้าหล่ะ

entry ที่เศร้าที่สุด คือ ‘อวยพรให้เค้ามีความรักดีๆ เหอะ’ และ ‘ใจหนาว’ และ ‘we’re all in the dance’

ก็หวังว่าจะเขียนไปจนครบ 3 ปีหรือไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีคนอ่านหล่ะนะ

ส่วนเพื่อนบ้านนักเขียนบล็อกทั้งหลายก็สู้ต่อไป อย่างน้อยเราก็ตามอ่านอยู่ตลอดนะ

Instant Camera

Posted in กิจกรรมพิเศษ, ติดตรึงใจ, ทำอะไรต่อมิอะไร, สบายใจ, เล่าด้วยภาพ, ไปไหนต่อไหน on April 23, 2009 by mahnakorn

มีคนแถวนี้เอากล้องโพลารอยด์ราคาย่อมมานำเสนอ ใจจริงเราเอนเอียงอยากจะได้เป็นเจ้าของอยู่แล้ว แม้จะรู้ว่าภาระมันอยู่ที่การซื้อฟิล์มที่ค่อนข้างราคาสูง คนแถวนี้เห็นเราลังเลก็หว่านล้อมต่างๆ นานา ซึ่งอยากจะบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำมากขนาดนั้นก็ได้ เพราะยังไงก็ซื้ออยู่แล้ว แค่เล่นตัวเพราะไม่มีตังค์เท่านั้นแหล่ะ..ฮ่า

แล้วเค้าก็เอาสินค้ามาส่งพร้อมด้วยฟิล์มล็อตแรกจำนวน 10 ใบ

เรายังไม่ได้แกะมาทดลองเพราะเสียดายเงิน เสียดายฟิล์ม, ของแพงมันก็ดีอยู่อย่าง คือ เราจะมีสติในการใช้งานมากขึ้น นั่นเพราะเราไม่อยากเสียสตางค์นั่นเอง

เนื่องจากยังไม่มีรูปจากกล้องใหม่มาอวด เลยทดแทนด้วยการเอารูปที่เพิ่งไปเที่ยวเกาะช้างรอบที่สองมาให้ดู แต่ก่อนจะให้ดูเราเอาไปเข้าโปรแกรมน่ารักๆ ที่ชื่อว่า Polaroid ก่อน รูปที่ออกมาจึงได้อารมณ์มากกว่าถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลนิดนึง และเหมือนเป็นการกระตุ้นต่อมอยากถ่ายรูปจากกล้องโพลารอยด์ของเราให้มากขึ้นด้วย

away  sunset

kohrung  p1140644-pola

จะว่าไป entry นี้ไม่มีสาระหรอกนะ

เป็นการอวดของล้วนๆ แข่งกับบล็อกเพื่อนบ้านแถวนี้

เมา

Posted in กิจกรรมยามค่ำคืน, คิดอะไรไปเรื่อย, ชีวิตประจำวัน, ทำอะไรต่อมิอะไร, บางวันเวลา, อารมณ์, ใครบางคน on April 9, 2009 by mahnakorn

เราไม่เคยเขียนบล็อกขณะที่เมามาก่อน,

นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เราเขียนตอนเมา และก็เป็นครั้งแรกของคนอ่านที่จะได้อ่านข้อความ-เรื่องราวจากเราที่เมาในครั้งนี้

จำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึง สักประมาณปีสองปีสาม (นานมาแล้วนะนั่น) เรานั่งกินเหล้า ‘แม่โบง’ (ย้ำว่า ‘แม่โบง’ เพราะมันเป็นของปลอม รอดจากการตาบอด หรือพิการอวัยวะอื่นๆ มาได้ก็โชคดีนักหนา) กับเพื่อนๆ ที่บ้านเช่า

รู้แค่ว่าเราเมามาก และทำอะไรทุเรศๆ ไปเยอะ

แต่ที่ยังคงความเป็นตัวเราอย่างแรง คือ เราอยากเขียนบันทึก แต่เปิดสมุดและจับปากกาไม่ไหวแล้ว เลยให้เพื่อนคนนึงช่วยเขียนให้ตามคำบอกของเรา, กล่าวคือ สุนันทาพูดพ่นออกมา แล้วให้เพื่อนเขียนตามนั้นทุกประการ

วันไหนเปิดหน้าบันทึกเก่าๆ มาถึง, ก็ละอายใจทุกครั้ง แต่ถ้าให้ย้อนเวลากลับไป เราก็อยากจะเมาและทำแบบนั้นอีกอยู่ดี

ฉะนั้นไม่ต้องย้อนไปให้เปลืองเวลา

drunk

เราว่าน้ำเมาเป็นเหมือนน้ำขุดสันดานประเภทหนึ่ง

จริงๆ ก็ไม่ถึงกับสันดานหรอก, มันเป็นน้ำที่มีฤทธิ์ในการเพิ่มเติมความกล้า

เรากล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะแสดงออกในขณะที่เราเมา

บอกไว้เลยว่าอยากรู้ว่าตัวจริงๆ หรือลึกๆ ในใจของคนๆ นั้นเป็นอย่างไร หรือ คิดอะไรอยู่ให้ดูกันที่ตอนเมา ตอนที่ขาดสติสตังนี่แหล่ะ ชัดเจนที่สุด บางคนอาจจะพ่นคำหยาบมาก เล่าแต่เรื่องทะลึ่งลามก บางคนอาจจะเงียบ เฉยซะยิ่งกว่าตอนไม่เมา และบางคน, อย่างเรา ที่อ่อนไหวเกินความจำเป็น

แบบว่าเมาทีไร ร้องไห้ได้เมื่อนั้น

จริงๆ เราคงเป็นคนเศร้า เศร้าทั้งที่บางทีตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าเราเศ้ราเรื่องอะไร

รู้ตัวอีกทีมันก็มีเรื่องเก็บกดมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากที่กลั่นจากก้นบึ้งของใจ

คืนนี้,

เราน้ำตาไหล และร้องไห้ออกมา

จะบอกว่าไม่รู้ว่าเรื่องอะไรก็โกหก, คนเมาไม่โกหก

เรารู้ แต่ไม่เคยคิดว่าเราจะเก็บมาคิดและเศร้าขนาดนี้

ไม่ได้เสียน้ำตานานโข ร้องไห้สักทีก็อาจจะดีเหมือนกัน

สุนันทา

ในคืนที่เมาคนเดียว

ใครอ่านไม่ปะติดปะต่อก็ขอโทษด้วย

แบบว่าอย่าถือคนบ้า อย่าด่าคนเมานะ…จุ๊บๆๆๆ

ชื่อเสียงโด่งดัง

Posted in ข่าวสารบ้านเมือง, คิดอะไรไปเรื่อย, หมุนตามโลก on April 7, 2009 by mahnakorn

แหมเว้ย

จะไม่ได้ยิ้มแก้มปริได้อย่างไร ในเมื่อบ้านนี้เมืองนี้โด่งดังกันไปใหญ่โตโกโซบิ๊กละ ดังกระฉ่อนมาตั้งแต่ปิดสนามบิน ล่าสุดก็ดังกันหมาดๆ กับการทุบกระจก กรูเข้าไปหยั่งกะจะเข้าไปแย่งกันขับรถนายกฯ

อืม,

ร้อนแรงแดง-เหลืองมะลังมะเลืองกันซะจริงๆ

คำถาม

ความถูกต้องคืออะไร?

ประชาธิปไตยคืออะไร?

อมาตยาธิปไตยคืออะไร?

สีแดงคืออะไร?

สีเหลืองคืออะไร?

ไร้จุดยืนคืออะไร?

คนดีคืออะไร?

คนเลวคืออะไร?

อืม,

วาทะเด็ดประจำวันนี้

“ผมเคยเป็นเครื่องมือมาก่อน”

วุ้ย ไม่เคยเห็นพี่เนวินหล่อมาก่อนเลย วันนี้ขโมยซีนทุกคนไปหมด…แหล่ม

Wonder Grand

Posted in ใครบางคน, ใจหาย on April 5, 2009 by mahnakorn

ยอมรับว่าเราติด The Star5 และเหตุผลที่ดูทุกครั้ง ทุกสัปดาห์ เพราะเราเทใจให้น้องคนนึงที่ชื่อว่า “แกรนด์” เราหลงเสน่ห์ความซื่อ โก๊ะ เป็นมิตร สุขภาพจิตดี และนิสัยน่ารัก

grand

น้องเป็นคนตั้งใจดี ขยันซ้อม และโชว์ดีวันดีคืนทั้งการร้อง การเต้น และการแสดงออกบนเวที โดยเฉพาะเมื่อวานที่ร้องเพลงช้าได้ซาบซึ้ง ส่วยเพลงเต้นก็แหล่มมาก ดีจนเราคิดว่ายังไงน้องก็คงไม่ตกรอบครั้งนี้แน่ๆ

แต่แล้วเราก็คิดผิด

ใจเราหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อน้องเป็นสองคนสุดท้ายที่จะไม่ได้ไปต่อ และเมื่อประกาศว่าน้องไม่ได้ไปต่อเราก็เสียใจ และโกรธตัวเองว่าทำไมเราไม่กดโหวตให้น้อง เราประมาทเกินไป เพราะคิดว่าน้องทำดีคงมีคนอื่นๆ โหวตให้แล้ว ซึ่งอาจจะมีคนคิดอย่างเราเยอะมาก มันเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา

เหตุการณ์ครั้งนี้ ก็บอกตัวเองและอยากบอกคนอื่นๆ ว่าถ้าคุณรักใคร ชอบใครก็จงแสดงออก ก็จงกระทำสิ่งที่คิดว่ามันเป็นการทำเพื่อคนที่คุณบอกว่ารัก ว่าชอบจริงๆ อย่ามัวแต่คิดว่าครั้งหน้าเราจะทำ วันหลังเราจะทำ

เศร้ามาก

ไม่รู้ว่าอาทิตย์หน้าจะดูเดอะสตาร์ทำไม

แมลงสาบ

Posted in กิจกรรมยามค่ำคืน, ขำขัน, ชีวิตประจำวัน, ทำอะไรต่อมิอะไร, บางวันเวลา, วันว่าง, สบายใจ, อารมณ์, เรื่องดีดี, เล่าด้วยภาพ, ใครบางคน on April 2, 2009 by mahnakorn

เจี๊ยบ : (ตื่นนอนตอนใกล้เที่ยง แต่ยังเกลือกตัวอยู่บนเตียง) หิวยัง?

มิ้ม : ยัง (ตื่นแต่เช้ามาแอบเดินแบบ ส่องกระจกคนเดียว และมัดผมแกละดูน่ารัก)

เจี๊ยบ : ถ้าหิวก็บอก (ว่าแล้วก็นอนกอดหมอนข้างเพื่อหลับอีกครั้ง)

มิ้ม : โค่วโฟ่วๆๆๆๆ (พูดไรไปเรื่อย จับใจความหาสาระมิได้)

เจี๊ยบ : (เดินไปเปิดโทรทัศน์กดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย)

มิ้ม : (ลุกบ้าง นอนบ้าง นั่งบ้าง)

เจี๊ยบ : (หยิบกล้วยหอมมากิน 1 ลูก และเริ่มหาของกิน) หิวว่ะ ลงไปหาไรกินเหอะ

มิ้ม : กินไร? (ฉุดตัวมันเองใส่เสื้อผ้า)

เจี๊ยบ : ไม่รู้ ลงไปดูไป แดดร้อนว่ะแม่ง ไม่อยากไปไหน เอาร่มไปด้วยนะ

เวลาผ่านไป

เจี๊ยบ+มิ้มนักกินข้าวที่ซื้อมา เปิดทีวีดูช่องทำอาหารชาววังที่เรียกมะกรูดว่า “เค้าๆๆๆๆ” มองหน้ากัน หัวเราะและด่าไอ้รายการนั่น แต่ก็ไม่เปลี่ยนช่อง นั่งดูมันไปจนจบรายการซะฉิบ

เจี๊ยบ : เริ่มง่วงละ (เลื้อยตัวเองไปนอน)

มิ้ม : อย่าปิดประตูนะ กูจะอ่านหนังสือ (หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอ่านบนเตียง)

เจี๊ยบ : เชิญ (หลับตาแต่ก็เปิดเพลงฟังไปด้วย)

มิ้ม : (เลื้อย)

เจี๊ยบ : ไหนว่าจะอ่านหนังสือ

ผ่านไปจนเกือบจะหมดวัน

เจี๊ยบ : มาดูดรูปจากคอมพ์ฯ เร็ว (เปิดโน้ตบุ๊คใหม่เอี่ยม)

มิ้ม+เจี๊ยบนั่งดูรูปเก่าๆ แล้วหัวเราะคิกคัก วิพากษ์วิจารณ์ยุคสมัยที่เราต่างก็หน้าเงือก ไม่เข้าใจว่าเราทั้งคู่ผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง

เจี๊ยบ : จะค่ำแล้วอีมิ้ม ไปบ้านน้าได้แล้ว (เดินไปห้องน้ำ และที่ระเบียงเพื่อเก็บของให้อีมิ้ม เพราะรู้ว่ามันขี้ลืม)

มิ้ม : เรียบร้อยแล้ว (สะพายกระเป๋า)

เจี๊ยบ : ไม่ลืมอะไรแล้วนะมึง

เวลาผ่านไป

เจี๊ยบ : ฮัลโหล อีมิ้ม ทายซิมึงลืมอะไร?

มิ้ม : อะไร?

เจี๊ยบ : กางเกงขาสั้น ซึ่งวางอยู่ตรงเป้มึงน่ะ

มิ้ม : (หัวเราะ) ถ้าเป็นงูก็หกหัวกูไปแล้ว

เจี๊ยบ : เออ คราวหน้ามาเอาละกัน จะซักไว้ให้

cockroachs

(ชื่อภาพประกอบ “นอนขาบ”)

ใครๆ ก็คงเคยใช้ชีวิตเหลวไหลเรื่อยเปื่อยแบบแมลงสาบ เราไม่รู้ว่าคนอื่นใช้คำว่าอะไร แต่ในก๊วนเพื่อนของเราแทนตัวเองทุกครั้งที่ทำตัวแบบนี้ว่าแมลงสาบ ถามว่าแบบไหนถึงเข้าข่าย ตอบง่ายๆ ก็คือ เวลาที่มีคนโทรมาถามเราว่า

“ทำอะไรอยู่” แล้วเราก็ตอบว่า

“เปล่า ไม่ได้ทำอะไร” ก็เพราะเราไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หรือตั้งใจทำจริงๆ แม้ว่าตอนนั้นอาจจะนอนกดเปลี่ยนช่องทีวี กินเลย์ไปด้วย กระดิกเท้าไปด้วย เปิดหนังสืออ่านไปด้วย แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเราทอะไรอยู่

หรือถ้าไม่เข้าใจก็กลับไปอ่านบทสนทนาและชีวิตหนึ่งวันข้างบนอีกครั้ง

กิจกรรมหลักของชาวแมลงสาบ คือ นอนขาบ

นอนขาบคืออะไร ก็ให้ย้อนกลับไปอ่านบทสนทนาและชีวิตหนึ่งวันข้างบนอีกครั้ง และดูภาพตัวอย่างที่นำมาประกอบการเขียนครั้งนี้

ส่วนใหญ่เราจะทำการนอนขาบ หรือ ทำตัวเป็นแมลงสาบอย่างจริงจังก็ตอนไปเชียงใหม่ หรือ ตอนที่มีเพื่อนสันดานเดียวกันมาอยู่ด้วย โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ใจกายล้าๆ ถ้าได้ทำตัวแบบนี้จะรู้สึกดีมาก จนไม่อยากกลับมาเป็นมนุษย์อีกเลย

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นกับเราเมื่อคืนวันศุกร์และวันเสาร์หนึ่งวันที่ผ่านมา เมื่อแมลงสาบหนึ่งตัวเดินทางจากเชียงใหม่มาขาบตัวถึงห้อง เราเลยสบายใจที่ได้ทำตัวเป็นแมลงสาบอีกครั้ง