somewhere in someday with someone

July 13, 2009

โรคติดตัว

วันนี้ลางานช่วงบ่ายไปหาหมอมา

จริงๆ ขอใบส่งตัวจากฝ่ายบุคคลเอาไว้ ตั้งใจว่าจะไปตรวจพรุ่งนี้สายๆ แต่ด้วยความปวดระบมและอาการหงุดหงิด เลยขออนุญาตเจ้านายไปซะวันนี้เลย

ใช้เวลาช่วงบ่ายๆ ราว 2-3 ชั่วโมงอยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนจะกลับบ้านมาด้วยอาการเครียดปนเศร้าและเซ็ง

“น่าจะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์นะ”

คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านไขข้อกระดูกบอกเรา ตอนที่เรายื่นข้อมือบวมๆ อูมๆ ให้ดู

“เป็นโรคที่ไม่มีสาเหตุ และรักษาไม่หายนะครับ ที่เราทำได้ก็แค่ควบคุมไม่ให้อาการมันร้ายแรง และจะทำให้มันทุเลาลงได้” นั่นคือคำตอบและเป็นความจริงที่เราถามหมอด้วยความอยากรู้และความหวัง

เรื่องของเรื่องคือ

ระยะ 3-4 เดือนมา เราสังเกตว่าตื่นนอนตอนเช้า ข้อมือและข้อนิ้วเราจะบวม โดยมาข้างขวาจะเป็นหนัก อาการของมันคือ ปวดๆ บางครั้งบวมมากถึงขนาดกำมือไม่ได้ และใช้งานมือข้างนั้นไม่ได้เลย จะอาบน้ำหรือทำอะไรก็ทรมาณและหงุดหงิดมากๆ

บางครั้งเป็นแค่วันเดียว แต่ช่วงหลังเป็น 3-4 วันติดกัน แล้วก็จะถี่มากขึ้นด้วย หลายๆ คนที่ได้รู้อาการเลยเดากันว่าน่าจะเป็นไอ้โรคที่ว่านั่นแหล่ะ แล้วมันก็เป็นจริงๆ ซะด้วย ซึ่งเราก็อยากจะให้หมอบอกเราว่ากล้ามเนื้ออักเสบหรืออะไรที่ไม่ใช่โรคซะมากกว่า

หลังจากที่หมอตรวจเสร็จก็ให้เราไปเจาะเลือดและเอ็กซเรย์ดูอีกที ก่อนจะมาฟันธงหลังดูผลแล้วว่าเราก้เป็นจริงๆ นั่นแหล่ะ หมอบอกว่าจะให้ยามากินเพื่อดูอาการและเป็นเหมือนเช็คว่าร่างกายเราควรต้องกินยาระดับไหน จะต้องลดหรือเพิ่มปริมาณและความแรงของฤทธิ์ยาหรือเปล่าค่อยมาว่ากันอีกราวๆ 2 สัปดาห์หลังจากนี้

ส่วนยาที่ให้มากินคราวนี้ก็จัดว่าเป็นยาอันตราย ชาวบ้านจะมากินสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องกินตามที่หมอสั่งเท่านั้น แต่ที่เราเซ็งและเหนื่อยหน่ายอย่างจริงจัง คือ ผลข้างเคียงของยา

เอาอย่างง่ายๆ ก่อนเลย คือ เราไม่ชอบกินยา เราเกลียดการกินยา เพราะตอนเด็กเราขี้โรคมาก ต้องกินยาบ่อยๆ ทำให้เราเหม็นและกลัวยา โดยเฉพาะยาเม้ดจะกินยากมาก เราเลยฝังใจว่าคนที่กินยาคือ คนที่เป็นโรค หรือเจ็บป่วย ซึ่งมันจะส่งผลต่อจิตใจเรา ช่วงไหนที่ต้องกินยาจะรู้สึกเนือยๆ ไม่ค่อยอยากจะทำอะไร อยากนอน อยากพัก ทั้งที่บางทียาตัวนั้นก็ไม่ได้ทำให้ง่วง แต่มันเป็นผลทางใจไง

ส่วนข้อที่ซีเรียสกว่าการที่ต้องกินยาทุกวัน คือ ยาที่หมอให้มามันจะทำให้ภูมิคุ้มกัน ภูมิต้านทานของร่างกายลดลง หมอจึงกำชับด้วยความเป็นห่วงว่า “ต้องทานอาหารสะอาดๆ”

ส้มตำ, ยำ, หอยแครงลวก ฯลฯ

และอะไรจำพวกที่สุกๆ ดิบๆ ที่ดูแล้วไม่สะอาดแน่ๆ เราต้องงด อย่างน้อยก็ช่วง 2 อาทิตย์ท่กินยาชุดแรกเนี่ย

อย่างผักสดๆ ตามร้านอาหาร หมอก็ไม่แนะนำ บอกว่าให้ซื้อมากินเองดีกว่าจะได้ล้างให้สะอาดก่อน เพราะเคยมีการตรวจเจอเชื้อไทฟอยด์ที่ผักสดมาแล้ว หมอบอกว่าไม่ควรเสี่ยง

กลับบ้านมาแล้วคิดเรื่องคำเตือนและคำบอกหลายๆ อย่างของหมอ, น้ำตาไหล

โอเค, ถึงโรคนี้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร แต่มันก็ไม่มีวันหายขาด นั่นหมายความว่าเราต้องทรมาณและหงุดหงิดกับมันไปตลอดชีวิต กลายเป็นว่าเราทำงานงกๆ เพื่อมาซื้อยากินระงับอาการว่างั้น (แม้ว่าจะมีสวัสดิการดีๆ จากบริษัท แต่เดี๋ยวก็หมด และเราคงไม่ได้อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต)

คิดแล้วมันเหนื่อยใจ เครียด

ปลายเดือนนี้ก็เตรียมไปพบหมอเพื่อเช็คอาการและให้เค้าเจาะเลือดไปตรวจอีก ซึ่งหมอบอกว่าต้องทำใจนะ เพราะอาจจะต้องเรียกมาเจาะเลือดทุกๆ 3 เดือน แล้วอาจจะขอเชคเม็ดเลือดขาวเราด้วย กลัวว่ามันจะน้อยเกินไป…อืม

ใครที่ไม่มีโรคติดตัวตามกันเป็นเงาอย่างนี้ ก็ขอให้พึงระลึกไว้เลยว่าโชคดีกันขนาดไหน ขอเตือนด้วยความจริงใจว่าใช้ชีวิตกันอย่างถนอมและเอาใจใส่เรื่องสุขภาพกันหน่อยนะ จะได้ไม่ต้องตามรักษากันไปเรื่อยๆ แบบนี้

11 Comments »

  1. อย่าไปจริงจังกับมันพี่ เวลาผมหรือใครไปตรวจเจอโรคผมถือว่ามันก็เป็นโชคดีนะ เพราะไปตรวจหรือไม่ไปเราก็เป็นอยู่ดี อย่างน้อยๆเราก็รู้ว่าเรามีโรคอะไรและควรดูแลตัวเองยังไง ถ้าเราไม่รู้ก็คือเราไม่ดูแลตัวเองเลยแน่นอน พอตอนนี้รู้แล้วจะดูแลรึเปล่าก็อยู่ที่เราแล้วล่ะ

    ผมบอกคนตลอดว่าชีวิตมันไม่แน่นอน อย่าไปคิดไกลกว่าวันนี้ สมมุติว่าวันนี้ผมอาจจะมีความสุขมากและคิดว่าต้องมีความสุขแบบนี้ทุกๆวันไปอีกหลายปี แต่ออกจากบ้านไปผมอาจจะโดนรถชนตายหรือพิการทันทีก็ได้ กรณีของพี่ พี่อาจจะกังวลทุกวันว่าวันไหนจะปวด วันไหนจะเป็นอะไรเพิ่ม แต่ถ้ากังวลไปแล้วมันไม่เกิดมีอาการซักทีจะรู้สึกเสียดายเวลาที่ใช้กังวลเปล่า

    เอาเป็นว่าอยู่กับปัจจุบันไปพี่ เจ็บก็กินยา ดูแลตัวเองหน่อยก็ดีอยู่แล้วล่ะ

    Comment by lerk7 — July 13, 2009 @ 8:10 pm

  2. ขอบใจมากน้อง
    จริงๆ มันก็ดีแหล่ะ หมายถึงตรวจเจอน่ะนะ

    แต่วันนี้มันวันแรกที่รู้ไง ก็ขอซึมหน่อย แหม ต้องอดกินส้มตำ, ยำ และ หอยแครงลวกเชียวนะ (ไม่รู้จะตลอดชีพหรือเปล่า)

    โทรบอกพี่อาร์ต พี่อาร์ตก็ขำๆ เลยแอบน้อยใจนิดนึง ไม่ปลอบกูเล้ย

    อีกสองสามวันคงไม่หงอยแล้วหล่ะ ^^

    Comment by iJeabb — July 13, 2009 @ 8:13 pm

  3. การไม่มีโรคคือลาภอันประเสรืฐจริงๆเนอะ
    ถึงหมอจะบอกว่ามันไม่หาย แต่ก็หายเร็วๆละกันคับพี่เจี๊ยบ

    Comment by TheStrongline — July 13, 2009 @ 9:25 pm

  4. ลืมเล่าไปอย่างว่าที่ร้องไห้เพราะกลัว
    มีตอนนึง หมอบอกว่าโรคนี้ไม่ร้ายแรง แต่อาการบวมเราน่ากล้ว เพราะถ้าไม่รักษาให้ดี ข้อนิ้วมือมันจะเป็นชิ้นเดียวกับท่อนแขน

    นั่นหมายความว่า เราจะงอข้อมือไม่ได้

    ต้องตั้งใจกินยาและงดอาหารอย่างเคร่งครัด เราไม่อยากพิการน่ะ

    Comment by iJeabb — July 13, 2009 @ 10:28 pm

  5. อย่าไปคิดมาก อย่างน้อยๆจะได้รู้ว่าต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้นไง

    Comment by plawann — July 14, 2009 @ 12:08 am

  6. เจี๊ยบ…อ่านแล้วเข้าใจความรู้ืสึกมากนะ เพราะเราก็มีโรคประจำตัว…คือภูมิแพ้ เป็นโรคที่มีจุดร่วมเดียวกันกับรูมาตอยด์คือไม่รู้ที่มาแน่นอน และไม่มีทางหายขาด…

    บางคนอาจจะบอกว่า ขำๆน่ะ ใครๆก็เป็น แต่สำหรับเรามันไม่ขำเท่าไหร่ เพราะเราเป็นเยอะ และเป็นมาตั้งแต่จำความได้เลยด้วยซ้ำ ต้องทายาพวกเสตียรอยด์บ่อยมากๆ แล้วก็กินยาตลอดเวลา…นี่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อาการก็เพิ่งจะกำเริบเพราะดันเผลอไปกินกุ้ง…เราก็จิตตกไปเหมือนกัน แต่พอไปหาหมอ ได้ยามา กินยาทายา…ก็ดีขึ้น พออาการทุเลาจิตใจก็แจ่มใสขึ้น

    เราอยากให้กำลังใจเจี๊ยบนะ…เราเข้าใจว่ามันยาก แต่ก็อยากให้สู้ๆ เราเองก็สู้ๆกับมันอยู่เหมือนกัน ภูมิแพ้ไม่หายขาด รูมาตอยด์ไม่หายขาด แต่เราก็เชื่อว่ามันต้องมีวิธีที่ทำให้ “โรค” และ “เรา” อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้อยู่ร่วมกันอย่างไม่รู้สึกเซ็งโลกมากนัก

    สำคัญคือ เชื่อหมอ กินยาและปฎิบัติตามที่หมอสั่ง ดูแลตัวเองดีๆ และพยายามรักษาจิตใจตัวเองอย่าให้จมไปกับความคิดบ้าๆบอๆ (อันหลังนี่ยากอยู่ ฮ่าๆ ป่วยทีไรเราก็คิดเพ้อบ้าบอทุกที…แต่ก็นะ ถ้ารู้ว่าเริ่มจ่มดิ่งก็ต้องรีบดึงตัวเองออกมาให้เร็วที่สุด)

    สู้ๆนะ!!!

    Comment by Pimmie — July 14, 2009 @ 9:49 am

  7. ^__^

    Comment by iJeabb — July 14, 2009 @ 11:04 am

  8. ^
    คือไรอ่ะ
    โดนไม่อนุมัติเลยนะเธ๊อ

    Comment by mahnakorn — July 15, 2009 @ 11:01 am

  9. ขอให้หายเร็วๆคงไม่เป็นไม่ได้ งั้นขอให้อาการอย่ากำเริบบ่อยๆนะพี่เจี๊ยบ

    Comment by sinezerzar — July 15, 2009 @ 1:51 pm

  10. ขอบคุณจ้ะทุกโค๊น
    แค่ไม่ชวนไปกินส้มตำก็ดีแล้ว

    ใจจะขาด
    อาทิตย์หน้าแดงเดือดด้วย
    ข้าต้องการของแซ่บๆ สกปรกๆ
    ฮึ่ย!

    Comment by iJeabb — July 16, 2009 @ 2:35 am


RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a comment

Blog at WordPress.com.