บรรเทา

คนเราควรมีคนที่คุยด้วย,
เป็นใครสักคนที่เราคุยด้วยได้
ในช่วงเวลาที่ชีวิตไม่ค่อยโอเค

คนที่คุยกับเรา
ควรเป็นคนที่เราคุยได้คล่องคอในทุกๆ เรื่อง
ทำให้เราได้แสดงความเห็น ได้เปิดเผยความคิดออกมาดังๆ โดยไม่ต้องเอาใจใคร
การที่ได้คุยกันมันทำให้เกิดบทสนทนาดีๆ โดยมิได้ตั้งใจ

และ,
ทั้งๆ ที่เราอาจไม่ได้เล่าปัญหา ไม่ได้เอาเรื่องไม่โอเคของชีวิตมาตีแผ่
อาจแค่คุยเรื่องดินฟ้า, ปัญหาบ้านเมือง, วงการเพลง หรือเรื่องที่ไม่ชอบเหมือนๆ กัน
แค่นั้นมันก็พอที่จะ ‘บรรเทา’ ความไม่โอเคออกไปมากอย่างไม่รู้ตัว

มันไม่ใช่ความสุขหรอก,
เป็นช่วงเวลาที่พิเศษและวิเศษของชีวิตมากกว่า
คนเราต้องการช่วงเวลาแบบนี้ในจังหวะสีเทาหม่นๆ

คนประเภทนี้อาจไม่ได้มีจำนวนมากถ้าจะนับกันทั้งชีวิต
แต่จำนวนมันไม่ได้เป็นตัวแปรของคุณภาพ

ขอบคุณคนในสังกัด ‘หน่วยบรรเทาทุกข์’
ที่ทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ มันมีความหมายกับชีวิตในวันรุ่งขึ้น
การที่ได้ยิ้ม ได้หัวเราะเบาๆ แค่ไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมงมันสำคัญมากพอดูกับคนหนึ่งคน

ถ้าเราดีวัน,
ในบางคืนอาจถูกจัดให้อยู่ในหน่วยงาน ‘บำบัดของเสีย’ บ้างก็ได้นะ
มั่นใจอย่างนั้น

ยอมและรับ

ดูซีรีย์เฮ้าส์ตอนนึง
เรื่องราวประมาณว่า
น้องชายป่วยเป็นโรคอะไรยังหาสาเหตุไม่ได้ แต่มีพี่ชายคอยดูแลอยู่ข้างๆ ตลอด
พี่ชายรักน้องชายมากเอาอกเอาใจเป็นอย่างดี

ตอนท้ายหมอหาสาเหตุเจอ
เพราะพี่ชายให้กินวิตามินอะไรสักอย่างมากเกินไปเลยทำใ้ห้ป่วย
พี่ชายเข้าใจว่ากินเยอะๆ น่าจะดีกับน้อง…ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
แล้วก็บ่นๆ ว่าน้องต้องเกลียดเขาแน่เลย

หมอบอกว่าไม่หรอก
ข้อดีของการเป็นพี่น้องกัน คือ ต่อให้ทะเลาะก็จะไม่มีวันเกลียดกัน เดี๋ยวก็หาย
อะไรทำนองนั้น

จริง,
นั่นคงเป็นข้อดีของการเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

แต่,
นั่นอาจจะต้องวงเล็บว่าต้องเป็นครอบครัวที่มีจิตใจดีต่อกัน
สมาชิกในครอบครัวต้องมีศีลเท่าๆ กัน

เห็นมาก็มาก
ได้ยินมาก็เยอะ
ฆ่ากันเองในครอบครัวบ้าง, แตกหัก แตกแยกกันในครอบครัวบ้าง, อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่พูดกันบ้าง
ตัวอย่างไม่ใช่ไม่มีให้เห็น

ไม่ต้องมองไปไหนไกล,
ก็บ้านเราเองนี่แหล่ะ แม้ไม่ถึงกับฆ่าแกงแย่งชิง
แต่บรรยากาศในบ้านก็ร้อนรุ่มจนทำให้บ้านไม่น่าอยู่อาศัย

ถ้าข้อดีของการเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน คือ การทะเลาะได้แต่ไม่เกลียดกัน

ข้อเสียของมันก็อาจจะอยู่ที่ ไม่ว่าเราจะเกลียด จะเบื่อ หรือรำคาญสมาชิกบางคนในบ้านมากแค่ไหน
เราก็อาจจะทำได้แค่หนี แต่ไม่สามารถตัดขาดความเป็นพ่อแม่พี่น้องญาติโก หรือบรรพบุรุษได้ เพราะเราถูกเลือกตั้งแต่วันที่ออกมาจากท้องแม่ในครั้งแรกที่ลืมตาอ้าปากให้โลกแล้ว

และถ้าความรู้สึกมันคุกรุ่นไปจนถึงขั้นไม่อยากรับรู้ ไม่อยากข้องเกี่ยว
หรือไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดแล้วล่ะก็ ความเจ็บปวดมันคงหลายเท่ายิ่งกว่าการทะเลาะกับเืพื่อน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร,
เราก็คงต้องทนอยู่กับมันให้ได้
เพราะเราไม่มีวันตัดให้ขาดกับความเป็นจริงที่ว่าเราเลือกเกิดไม่ได้

มนุษย์เกิดมาเพื่อเจ็บและทำให้คนอื่นเจ็บ
ก็ต้องรับความเจ็บกันจนกว่าจะตายจาก

33

1|11|11

แม่โทรมาอวยพรแต่เช้า ยืดยาวเหมือนทุกปีที่เคยทำมา
อุตส่าห์ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้เพื่อจะได้โทรไปหาแม่ก่อน แต่ก็ยังช้า…เหมือนทุกปี

ตอนท้ายๆ ของคำให้พร
แม่บอกทำนองว่า “เลี้ยงดูแม่ตอนแก่ด้วยนะ”
นึกสงสัยว่า ตอนนี้แม่ก็เข้าวัยกลางคนมาหลายปี แต่ไอ้ลูกคนนี้ยังไม่เอาไหน
ยังต้องแอบพึ่งพิง พึ่งพาแม่อยู่เรื่อยๆ

แต่อย่างหนึ่งที่แน่ใจตัวเองได้ คือ
ถ้าเราไม่ตายไปก่อนแม่ เราไม่มีวันทิ้งแม่
แม้ว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกันแบบลำบาก แต่ลำบากด้วยกันน่าจะสนุกกว่า

จบการอวยชัยให้พรในวันเกิดเราแล้วแม่ก็วางสาย
แล้วเราก็โทรหาแม่อีกรอบ เพื่อบอกความในใจของเราบ้าง

เราขอบคุณแม่ที่ให้เราเกิดและกัดฟันเลี้ยงเรามา
เราขอโทษแม่ที่อาจจะไม่ทำให้แม่สุขสบายเหมือนลูกบ้านอื่นๆ
แม่บอกว่า “ไม่เป็นไร ยกโทษและอโหสิกรรมให้” และ “ยังไงก็รัก”

วันเกิดในอายุ 33 ของเราก็คงมีเท่านี้
ก่อนวันเกิดวันสองวันได้ไปไหว้พระเพื่อความสบายใจมาแล้ว
ในโลกความเป็นจริง เมื่อสิ่งที่หวังไม่ได้เราก็แค่ต้องอดทน และพยายามต่อไป

ไม่รู้เหมือนกันว่าในวัย 33
คนอื่นมองและคาดหวังกับอายุนี้เท่าไหร่ แบบไหน
แต่เราคิดว่าเรา “โตขึ้น” น้อยลงมาก

เราติดกับอดีตและอยู่กับความเพ้อฝันถึงอนาคตมากเกินไป
จิตใจไม่ค่อยอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบัน
ไม่รู้เพราะเหนื่อยใจกับโลก ล้ากับชีวิตจนต้องซ่อนตัวในโลกที่คิดหรือเปล่า

ยิ่งอายุมากขึ้น
ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองย้อนกลับไปเป็นเด็กมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเราจะเป็นที่พึ่งให้แม่ได้อย่างที่แม่ขอหรือเปล่า
แต่อย่างน้อยในวัยเด็ก เราก็เป็นเด็กดี ไม่ดื้อ และอดทน เข้มแข็งมากชนิดที่ทุกวันนี้ยังเป็นไม่ได้

ถ้าอายุเยอะแล้วใจเราเด็กลงไปเรื่อยๆ
เราก็อยากให้เป็นแบบเด็กหญิงสุนันทาในช่วงประถมนะ
เราอยากไ้ด้พลังแบบนั้น
เราอยากได้ความแข็งแกร่งแบบนั้น
เราอยากได้ความอดทนและสู้แบบนั้น
เราจะพยายาม…ต่อไป

สุขสันต์วันเกิดนะ