กระต่ายกับเต่า

เมื่อออกจากจุดสตาร์ท
ปีกระต่ายก็เดินหน้าเรื่อยๆ เรื่อยๆ และ เรื่อยๆ
อาจไม่ใช่การเดินที่เร็วจี๋ แต่กระต่ายตัวนี้ก็กระโดดเหย็งอย่างขยันและไม่มีวันหยุด

ในช่วงเวลาสามร้อยหกสิบกว่าวัน,
กระต่ายทำหน้าที่ของมันได้ดี ไม่มีตกหล่น
เราอาจจะเผลอคิดว่าเดือนนี้ผ่านไปเร็ว เดือนนั้นเคลื่อนไปช้า
แต่ทว่า, กระต่ายควบคุมจังหวะไว้อย่างสม่ำเสมอ

ในปีนี้,
ฉันคล้ายเป็นมนุษย์เต่าตนหนึ่ง
ที่งุ่มง่ามกับปีกระต่ายอย่างที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองก็ต้องตกในภาวะนี้

เมื่อเสียงปืนดัง เป็นสัญญาณให้รู้ว่าเราเข้าสู่อีกปีใหม่
ฉันก็ค่อยๆ เดินไป เดินไปพร้อมๆ กับการกระโดดของกระต่าย
แต่ทำไมไม่รู้, ฉันรู้สึกว่าปีนี้ฉันมีจังหวะชีวิตที่ช้า…มากกว่าทุกปี

อาจเพราะฉันไม่ได้ก้าวลงในสนามแข่งขันกับใคร
ไม่แม้กระั่ทั่งกับเจ้ากระต่ายคล่องแคล่ว

ฉันอยู่เพื่อตัวเอง
ฉันต้องรอดเพื่อตัวเอง…และครอบครัว

มันเป็นปีแห่งอุปสรรค
มันเป็นปีแห่งความลำบาก
มันเป็นปีแห่งความทุกข์ยาก

วุฒิภาวะในการเดินเพื่อยังชีพ สำหรับฉันมันไม่ง่ายนัก
ฉันมีความอดทนต่ำ มีความพยายามน้อย
แต่เมื่อทุกอย่างถาโถมในลักษณะที่ไม่มีท่าทีจะคลี่คลาย
ฉันก็ต้องทำใจให้นิ่ง แม้จะเสียจริตและสติไปในบางช่วงเวลา
แต่ก็ต้องตบหัวตัวเองเพื่อสร้างขวัญให้แข็ง เพื่อให้ได้มีชีวิตต่อไปจนครบปี

ฉันเกือบละทิ้งมันหลายครั้ง
ฉันท้อและอยากจะถอยอยู่หลายๆ หน
ยังโชคดีอยู่บ้างที่คนดูข้างสนามบางคนได้เรียกสติ และสมาธิฉันกลับมาได้
อาจจะด้วยการปลอบ การเตือน หรือ การวิจารณ์อย่างหวังดี อย่างที่ฉันเีรียกมันว่า ‘ติเพื่อต่อ’

จนในที่สุด,
อีกไม่กี่วันก็จะเข้าเส้นชัยในปีของกระต่าย

อาจไม่สามารถเรียกได้ว่า ‘ประสบความสำเร็จ’ ในการใช้ชีวิต
เหมาะมากกว่าสำหรับ ‘คนล้มเหลว’
ถ้าต้องการหลักฐาน ฉันก็แจงแจกการเป็นคนล้มเหลวได้มากมาย
แต่ฉันรู้สึกภูมิใจในตัวเองอยู่ลึกๆ แม้ว่าบางปัญหาจะแก้ไขไปแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอดไว้ก่อน

และที่อยากให้ทุกคนรู้
นี่คือ เรื่องราวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับฉันในปีทองของกระต่าย

1. มันไม่ใช่ปีแห่งการท่องเที่ยว
2. ซื้อหนังสือน้อยมาก
3. ใช้เงิน 100 บาทได้คุ้มค่าอย่างที่ไม่ค่อยเห็นค่ามันมาก่อน
4. อ่านหนังสือได้เกือบทุกวันแม้จะไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่ เพราะยืมมาอ่านและรื้อเล่มเก่ามาอ่าน
5. ดูหนังในโรงน้อยมากๆ และแม้แต่ดีวีดีก็ไม่ค่อยมีอารมณ์อยากดู
ุ6. รายได้จากการทำงานน้อยยิ่งกว่าน้อย
7. เป็นเศรษฐีหนี้
8. รูมาตอยด์ไม่ทำให้ปวดข้อและปวดใจ มันทำให้ยิ้มได้ในบางครั้ง
9. ยืมเงินแม่ และคนอื่นๆ อย่างหน้าด้านที่สุดเท่าที่เคยเป็น
10.โดนกดค่าแรงแต่ก็จำยอม
11.ถูกปฏิเสธจนเสียความมั่นใจในความสามารถที่เชื่อว่ามี
12.แทบไม่เขียนบันทึกลงสมุดแล้ว
13.ยังเขียนและส่งโปสการ์ดอยู่บ้างแม้จะน้อย เพราะรู้สึกชีวิตขาดความรื่นรมย์
14.จำนวนคนรอบตัวที่อยากพบ อยากพูดคุยด้วยน้อยลง
15.นิ่งมากขึ้น
16.หงุดหงิดกับมนุษย์รอบตัวได้ง่ายดาย
17.ปีนี้มีอายุครบ 33
18.ยังคงไม่คิดเรื่องแต่งงาน
19.ทำกับข้าวกินเองอย่างจริงจัง และคิดว่าทำอาหารได้ดีขึ้น
20.สนใจคนที่ไม่สนใจเราน้อยลง
21.กินเพื่ออยู่ คือ คติของปีนี้
22.ไม่ได้ซื้อชุดชั้นในใหม่เลย
23.คิดว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวไปแล้วเมื่อรู้สึกว่าปีนี้เพลงไทยมีความเพราะน้อยมาก
24.ยังไม่เลิกเบียร์
25.กินส้มตำอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่หมอห้าม
26.ไม่ได้กินหอยแครงลวกสักตัว
27.น้ำหนักขึ้นและลง ขึ้นและลงเหมือนไวกิ้ง
28.กินโยเกิร์ตและน้ำเต้าหู้อย่างจริงจัง
29.เรื่องครอบครัวยังเป็นประเด็นหลักที่ทำให้ปวดใจ
30.ไม่ได้เล่นโยคะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับปีหน้า
หวังว่าชีวิตจะราบรื่นกว่านี้
อาจจะต้องลาที, ปีกระต่าย

รอย

1.
ระหว่างที่นั่งรถกลับบ้านเมื่อสองวันก่อน
เห็นสองข้างทางตั้งแต่อยุธยาเรื่อยมา มีร่องรอยความเสียหายจากน้ำท่วมหลงเหลืออยู่
มันเป็นภาพที่ไม่สวยงาม แถมยังหดหู่ทั้งในระหว่างและหลังจากที่ได้เห็นได้มอง

นั่งมองนิ่งๆ
นั่งคิดเงียบๆ

หายนะจากไป
ทิ้งไว้แต่ร่องรอยให้เจ็บใจเล่น

ในบางพื้นที่,
เห็นแล้วแทบนึกไม่ออกเลยว่าน้ำมหาศาลเดินทางมาได้ยังไง
ยิ่งเห็นรอยน้ำที่แช่นิ่งอยู่เป็นเดือนๆ ยิ่งนึกไม่ออกว่าทำไมน้ำมันเยอะขนาดนั้น ทำให้เสียหายขนาดนั้นได้ยังไง

2.
เข้าไปหาพ่อที่บ้านพ่อ
เจอความหดหู่ อ้างว้างในระดับสูงสุดของชีวิต

บ้านพ่อ,
บ้านที่เราเคยอยู่และเติบโต
บ้านหลังที่เคยมีความอบอุ่นระดับจางๆ ที่พอเหมาะกับความต้องการ

หลังจากหายนะถล่มบ้านเมื่อหลายปีก่อนจากการหย่าร้าง
ทำให้บ้านไม่เป็นบ้านอีกต่อไป
มันเป็นแค่สิ่งปลูกสร้างทึมๆ บรรยากาศร้างๆ และไม่น่าอยู่อาศัย

ในบ้านไม่ใช่แค่แม่…ที่จากไป
สิ่งต่างๆ ความรู้สึกต่างๆ มันก็โบกมือลาไปโดยอัตโนมัติอย่างที่เราเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
และสมาชิกทั้ง 4 คนที่เคย ‘ร่วม’ ก็เหลือเพียง ‘รอย’ บางๆ ในความทรงจำเท่านั้นเอง

3.
การกลับบ้านทุกครั้งทำให้เราไม่สบายใจ, เศร้า, หงุดหงิด หรืออะไรๆ ในแง่ลบแทบทุกครั้ง
ถ้าไม่เรื่องนี้ก็เรื่องนั้น โน้น มากมาย

แต่หนนี้,
เรารู้สึกยิ่งกว่า
มันเป็นความรู้สึกเศร้า โหวงเหวง เคว้งคว้าง หดหู่ รวมไปถึงสงสาร

เราเข้าไปหาพ่อที่บ้าน
เข้าไปคุยสั้นๆ เหมือนอย่างที่เป็นมาตลอดชีวิต
เราไม่ได้มีเรื่องที่จะให้สื่อสารพูดคุยกันมากนัก หรือถึงมีมาก,
เราก็อาจไม่รู้วิธีที่จะงัดมันออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนกัน

บ้านพ่อ หรือบ้านของเราหลังน้ำท่วม,
มันยิ่งกว่าโดนน้ำท่วม และเกินกว่าจะเรียกว่าหายนะ
ทั้งที่จริงแล้ว บ้านพ่อเมื่อเทียบกับหลายๆ คนที่เสียบ้านไปในคราวนี้ พ่อดูเบากว่ามากๆ

พ่อบอกว่าข้าวของหลายอย่างของเราที่พ่อมองว่ามันมีค่า
อย่างใบปริญญา และรูปถ่ายตอนรับพระราชทานปริญญามันเีสียหาย

เราเข้าไปดูในบ้าน
ไม่ได้สนใจอะไรที่พ่อพูดถึงด้วยซ้ำ
แต่ภาพภายในบ้านที่เราเห็นทำเอาแทบเสียน้ำตาตรงนั้น

พ่อบอกว่าบ้านยังไม่เรียบร้อยนะ,
ใช่, เราเห็น

ข้าวของเครื่องใ่ช้หลายอย่างที่ต้องแช่น้ำเป็นเดือนๆ เสียหายและมันยังคงสภาพนั้น
ไม่มีการนำไปทิ้ง, ซ่อมแซม หรือทำความสะอาด แทบทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม
บ้านอาจมีการทำความสะอาดเล็กน้อยแค่พออยู่ได้

พ่อ,
มีชีวิตอยู่กับเศษซากพวกนี้
ซากจากเศษความทรงจำ เศษเสี้ยวของวันบางวันที่ีดีกลายเป็นซาก

มันกองกันอยู่ตรงนั้น
มันมีร่องรอยเด่นชัดปรากฎอยู่

มันมีความเศร้าในทุกมุม
มันทำให้เราหดหู่กว่าครั้งไหนๆ
และมันทำให้เรานึกสงสารพ่ออย่างจริงจัง

การอยู่ตัวคนเดียวมันเหงา
ที่ไม่ใช่แค่คำว่าเหงาอย่างที่เราชอบบ่นอยู่บ่อยๆ
แต่มันเป็นความโดดเดี่ยวและเดียวดายในแบบที่ใครไหนๆ ก็ไม่อยากเป็น

ไม่มีใครให้พ่อกลับมาเจอ
ไม่มีคนมาแชร์ความทุกข์ ความสนุกด้วย
ไม่มีการร่วมแรงในการล้างและจัดการกับคราบ

พ่ออยู่กับรอยของอดีต

4.
รอยบางอย่างอาจล้างออก เช็ดออกไม่ยาก ไม่เีสียเวลามาก
แต่ร่องรอยบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ในความเคยชิน กับชีวิตประจำวันมันขัดไม่ออกและใช้เวลานาน
และถ้าขจัดมันไม่ออก,
ก็คงอยู่ด้วยความจำใจ หรือทำใจเพื่อสร้างความเคยชินครั้งใหม่ให้เกิดขึ้น

หวังว่า,